๒๒ กันยายนนี้ “วันศารทวิษุวัต” กลางวันยาวเท่ากลางคืน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผย ๒๒ กันยายนนี้ เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ทำให้ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศซีกโลกใต้

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า วันที่ ๒๒ กันยายนนี้ เป็นวัน ศารทวิษุวัต (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) เวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน คำว่า “Equinox” มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ๒ คำ คือ Aequus แปลว่า เท่ากัน และ Nox แปลว่า กลางคืน ดังนั้น Equinox หมายถึงวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ซึ่งตรงกับคำว่า “วิษุวัต” แปลว่า “จุดราตรีเสมอภาค” โดยวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันนี้จะเกิดขึ้นเพียง ๒ ครั้งต่อปี คือในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) และในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox)

แต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ตำแหน่งที่ต่างกัน และจะเปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ ๑ องศา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยดวงอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนที่จากจุดเหนือสุดลงมาทางใต้ เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ ๐๖.๐๗ น. และจะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ ๑๘.๑ู๔ น. นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงของประเทศซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศซีกโลกใต้ จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ จนดวงอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุดในวันที่ ๒๒ ธันวาคมนี้ จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนกลับทางเหนืออีกครั้ง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในหนึ่งปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคมเป็นระยะทางเฉลี่ย ๑๔๗,๐๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคมเป็นระยะทางเฉลี่ย ๑๕๒,๐๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ไม่ส่งผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม ๒๓.๕ องศา กับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

ปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์คือ วันเหมายัน (Winter Solstice) ในวันที่ ๒๑ ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี หรือที่คนไทยเรียกว่า ตะวันอ้อมข้าว สำหรับประเทศซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศซีกโลกใต้ช่วงกลางวันจะยาวที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

งานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทร. ๐๕๓ ๑๒๑๒๖๘-๙ ต่อ ๒๑๐-๒๑๑, และ ๐๘๑ ๘๘๕๔๓๕๓, และโทรสาร ๐๕๓ ๑๒๑๒๕๐
E-mail: pr@narit.or.th, Website: www.narit.or.th
Facebook: www.facebook.com/NARITpage
Twitter: @NARIT_Thailand, Instagram: @narit_thailand
Call Center กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โทร. ๑๓๑๓

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *