รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ห่วงสุขภาพประชาชนหลังคุณภาพอากาศไม่ดีต่อเนื่อง

รองผู้ว่าราชการเชียงใหม่ห่วงสุขภาพประชาชนหลังคุณภาพอากาศไม่ดีต่อเนื่อง กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกลุ่มคนที่หาของป่าและล่าสัตว์ดึงให้เข้ามาฝึกอาชีพสร้างรายได้ในช่วงห้ามเผาเด็ดขาด

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมา ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากสภาพอากาศในช่วงวันสองวันนี้มีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน เป็นเพราะปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า ภาคเหนือตอนบนในช่วงนี้กระแสลมค่อนข้างนิ่ง โดยเฉพาะลมด้านบน ซึ่งสังเกตได้ว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ดีมาก เป็นสีเหลืองกับสีเขียว สามารถเห็นดอยสุเทพชัดเจน แต่สองวันนี้เป็นสีแดง ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน แต่สวนทางกับค่า Hotspot ที่เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคมที่ผ่านมา เกิดเพียง ๑๔ จุด และเป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่เกิดอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ไม่มีพื้นที่การเกษตร ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กำชับให้ทุกพื้นที่ เชิญกำนันและผู้ใหญ่บ้านมาพูดคุย และประกาศปิดป่า มีการตรวจคนเข้าออก จัดทำบัญชีผู้มีอาชีพหาของป่า และชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมทั้งให้เชิญชวนกลุ่มที่หาของป่าและล่าสัตว์ และคาดว่า อาจจะมีการเผาป่า ให้มาปรับเปลี่ยนอาชีพ หรือหาอาชีพเสริมในช่วงภัยแล้ง เช่น การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ที่จะเอาไว้ใช้ในช่วงทำการเกษตร เป็นต้น ควบคู่กับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังหากพบมีการเผาป่า ซึ่งที่ผ่านมามีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้วที่อำเภอเชียงดาว จำนวน ๒ ราย และอำเภอแม่แจ่ม จำนวน ๑ ราย

ขณะเดียวกันยังคงต้องเน้นเรื่องการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหามลพิษในอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ในรูปแบบเคาะประตูบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและคนชราซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานน้อย จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ รวมถึงมาตรการให้ฉีดพ่นเพิ่มละอองน้ำในเขตชุมชน โดยหน่วยงานภาครัฐนำรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่รอบคูเมืองและภายในชุมชนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดค่าฝุ่นละออง และมีการเพิ่มรอบความถี่จากปกติจะฉีดพ่นช่วงเช้าและช่วงบ่าย เป็นฉีดพ่นทุกชั่วโมง โดยเฉพาะในย่านชุมชนที่มีคนอยู่จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่ให้ความร่วมมืองดเผา ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ภายในชุมชนมีการนำน้ำมาฉีดพ่นรดน้ำต้นไม้และพื้นถนนหน้าบ้านของตนเอง ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันไฟป่าต้องร่วมกันแก้ ไม่ใช่เป็นปัญหาของคนใดคนหนึ่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ๙ จังหวัดภาคเหนือ ไปร่วมประชุมกับกองทัพภาคที่ ๓ เพื่อนำแนวทางมาปฏิบัติ ซึ่งทุกจังหวัดมีการให้ร่วมมือเร่งดำเนินการแก้ปัญหา จากสถิติหลายจังหวัดก็ควบคุมการเผาให้ลดลงกว่าปีที่ผ่านมาได้ รวมทั้งยังมีปัจจัยต่าง ๆ ทั้งหมอกควันต่างแดนพัดเข้ามา สภาพอากาศที่แห้งแล้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก จึงต้องดึงทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันในการที่จะทำให้ลดการเผาเป็นไปอย่างยั่งยืน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง

พิพัฒน์ ศรีตะวัน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *