ชมรมผู้ประกอบการศูนย์การค้าย่านไนท์บาซาร์ เชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวเทศกาลโคมยี่เป็ง ครั้งที่ ๒๕

เชียงใหม่ – ชมรมผู้ประกอบการศูนย์การค้าย่านไนท์บาซาร์ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้าเดอะพลาซ่า เชียงใหม่, ศูนย์การค้ากาแลไนท์บาซาร์, ศูนย์การค้าไนท์บาซาร์ เชียงใหม่, ศูนย์การค้าพาวิลเลี่ยนไนท์บาซาร์, โครงการตลาดอนุสาร, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซา เชียงใหม่, และโครงการบ้านโบราณ เชียงใหม่ เตรียมจัด เทศกาลโคมยี่เป็ง ครั้งที่ ๒๕ อย่างยิ่งใหญ่ใจกลางไนท์บาซาร์ ขึ้นระหว่างวันที่ ๙-๑๒ พฤศจิกายนนี้ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลลอยกระทงยี่เป็งล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีโอกาสร่วมกิจกรรมสัมผัสวิถีไทย

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลโคมยี่เป็งครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จึงร่วมกับชมรมผู้ประกอบการศูนย์การค้าย่านไนท์บาซาร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัด เทศกาลโคมยี่เป็ง ครั้งที่ ๒๕ ภายใต้แนวคิด “ตามประทีปโคมไฟในงานบุญตั้งธรรมหลวง” เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งสืบทอดประเพณีอันดีงามของชาวล้านนาให้ดำรงสืบไป ซึ่งคาดว่า บรรยากาศ เทศกาลโคมยี่เป็ง ณ ย่านไนท์บาซาร์ปีนี้จะคึกคัก นักท่องเที่ยวมาจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน โดยเป็นนักท่องเที่ยวไทยร้อยละ ๗๐ และนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ ๓๐

นายวิลาส ปัญญาวงศ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานกล่าวว่า เทศกาลโคมยี่เป็ง ได้รับการบรรจุให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณียี่เป็ง เชียงใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จังหวัดเชียงใหม่เห็นคุณค่าและผลที่ได้รับจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึง กิจกรรมต่าง ๆ ในงานประเพณียี่เป็งว่า งานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมานาน และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวจึงกำหนดแนวการดำเนินงานที่เน้นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีล้านนา โดยขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันแต่งกายพื้นเมือง พูดคำเมือง แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมที่บ่งบอกความเป็นล้านนาอย่างแท้จริง และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์การใช้กระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ อันจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดซึ่งก่อให้เกิดรายได้ภายในชุมชนและภาครวมของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย และจะมีการควบคุมมาตรการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุดระหว่างท่องเที่ยวในพื้นที่

การประกวดริ้วขบวนโคมยี่เป็งล้านนาจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ซึ่งประกอบด้วยโคมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า โคมประธาน, ริ้วขบวนโคมขนาดเล็ก, ริ้วขบวนตุงล้านนา, และริ้วขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมและนาฎศิลป์พื้นบ้าน โดยจะเริ่มขบวนจากข่วงประตูท่าแพตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น. ผ่านถนนท่าแพ เข้าสู่ถนนช้างคลาน (ไนท์บาซาร์) บริเวณทางแยกวัดอุปคุต จนถึงสี่แยกตัดถนนศรีดอนไชย (สี่แยกดวงตะวัน) โดยตลอดเส้นทางขบวนแห่ นักท่องเที่ยวจะสามารถความงามของริ้วขบวนได้ทั้งหมดจนถึงปลายทางคือ ด้านหน้าศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า เชียงใหม่ อันเป็นบริเวณพิธีการหลักและการตัดสินคัดเลือกขบวนโคมที่งามที่สุด

นอกจากการประกวดริ้วขบวนโคมยี่เป็งแล้ว ย่านไนท์บาซาร์ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมล้านนาอีกมากมายด้วย ได้แก่ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ประกวดเทพบุตรและเทพธิดาโคมยี่เป็ง ณ โครงการตลาดอนุสาร, วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ประกวดขบวนแห่โคมยี่เป็งและการแสดงนาฎศิลป์ล้านนา, วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน เทศน์มหาชาติ จำลองเขาวงกต และการแสดงนิทรรศการโคมยี่เป็ง, วันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน กาดหมั้ว สาธิตการทำผางประทีป ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการทำผางประทีปเพื่อเป็นพุทธบูชา ณ โครงการบ้านโบราณเชียงใหม่, วันที่ ๑๒-๑๒ พฤศจิกายน สาธิตและสอนทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ และการแสดงนาฎศิลป์ล้านนา ณ ศูนย์การค้าไนท์บาซาร์ เชียงใหม่ และศูนย์การค้ากาแลไนท์บาซาร์

นางสาวภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ว่า เชียงใหม่มีการจัดกิจกรรมหลายอย่างในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งรวมถึงงานประเพณียี่เป็ง ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงการจัดงาน ซึ่งปีนี้คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) สำนักงานเชียงใหม่ ก็มีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ เช่น เตรียมวางแผ่นพับประชาสัมพันธ์ในจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมในเดือนพฤศจิกายนจะเป็นการสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ล้านนาที่ทุกคนภูมิใจและสานต่อสู่รุ่นต่อรุ่นต่อไป

นายอินสม  ปัญญาโสภา ตัวแทนคณะกรรมการตัดสินการประกวดขบวนโคมยี่เป็ง กล่าวถึงแนวคิดและที่มาของหัวข้อในการประกวดขบวนโคมยี่เป็ง ครั้งที่ ๒๕ ที่ว่า “ตามประทีปโคมไฟในงานบุญตั้งธรรมหลวง” นั้น เกิดจากแนวคิดที่จะสืบสานประเพณีและความศรัทธาในพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล ประเพณี “ตั้งธรรมหลวง” เป็นการฟังพระธรรมเทศนาเรื่องใหญ่และเรื่องที่สำคัญ โดยธรรมหลวงที่ใช้เทศน์จะเป็นเวสสันดรชาดก อันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะมาประสูติและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติต่อมา มีทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ คำว่า ตั้ง แปลว่า เริ่มต้น การตั้งธรรมหลวงจึงหมายถึง การสดับพระธรรมเทศนาจากคัมภีร์ที่จารขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งประเพณีนี้ตรงกับงานประเพณีฟังเทศน์มหาชาติของภาคกลาง

การเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีทางพุทธศาสนาของไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีการจัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างเดือน ๑๑ – เดือน ๑๒ หรือเดือน ๑ (เดือนอ้าย) และปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสม มหาชาติ หรือเวสสันดรชาดก ประกอบด้วยพระคาถาบาลี จำนวน ๑,๐๐๐ พระคาถา ลักษณะการเทศน์เรียกว่า เทศน์คาถาพัน หรือเทศน์มหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ซึ่งมีการประพันธ์เป็นร่ายยาวด้วยท่วงทำนองอันไพเราะ อีกทั้งการเทศน์แต่ละกัณฑ์ก็มีท่วงทำนองที่แตกต่างกันไป และเมื่อการเทศน์มหาชาติแต่ละกัณฑ์จบลงก็จะมีปี่พาทย์ประโคมเพลงประจำกัณฑ์รับกัณฑ์เทศน์ด้วย

นอกจากการเทศน์แล้ว ยังมีส่วนของการตกแต่งสถานที่ การทำรั้วราชวัตร ประตูป่า ประดับโครงซุ้มด้วยทางมะพร้าว ฉัตร ธง และช่อช้าง มีต้นกล้วย อ้อย ข่า และกุก ปักไว้ให้ดูเหมือนกับประตูเข้าป่า และอาจมีการจำลองเขาวงกตไว้ภายในวัดให้เดินเล่น โดยตรงเขาวงกตจะมีแท่นบูชาพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ สถานที่ตั้งธรรมหลวงจะนิยมใช้วิหาร ซึ่งภายในตกแต่งด้วยเครื่องบูชาเวสสันดรชาดก ได้แก่ ดอกบัว ดอกพ้าน (บัวสาย) และช่อสามเหลี่ยมติดกระดาษต้องลาย (กระดาษฉลุ) รูปช้าง ม้า วัว ควาย ทาสหญิง ทาสชาย แก้ว แหวน เงิน และทอง อย่างละ ๑๐๐ รูป ประดับโคมผัด (โคมหมุน) เล่าเรื่องเวสสันดรชาดก มีการทำค้างโคมแขวนบูชามีเชือกสำหรับดึงขึ้นลงได้ เรียกว่า โคมล้อ ล้อ หมายถึงรอกที่ใช้สำหรับชักเชือกขึ้นลงเพื่อจุดประทีปบูชา

การประกวดริ้วขบวนโคมยี่เป็งจะตัดสินและมอบรางวัล ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้า พันธุ์ทิพย์ พลาซา เชียงใหม่ ส่วน การเทศน์มหาชาติและการจำลองบรรยากาศการเทศน์มหาชาติในอดีตจะจัดขึ้น ณ บริเวณวัดศรีดอนไชย ถนนช้างคลานจังหวัดเชียงใหม่ และการจัดแสดงโคมประธาน ซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าประกวดขบวนโคมทุกขบวน จะแสดงให้นักท่องเที่ยวชม ณ ลานวัดศรีดอนไชย

กติกาการประกวดริ้วขบวนโคมยี่เป็ง

  • โคมประธานมีขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง ๓-๕ เมตร
  • รูปแบบของโคมประธานสื่อถึงประเพณีงานบุญตั้งธรรมหลวง ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องถึงการเทศน์มหาชาติ และ พิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเทศน์มหาชาติ รวมถึงแสดงออกถึงภูมิปัญญาและความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกัน
  • มีโคมสายซึ่งเป็นโคมบริวารเสริมโคมประธาน ประดับประดาในขบวน
  • รูปแบบของโคมทั้งหมดแสดงถึงความสวยงาม สะท้อนความเป็นศิลปวัฒนธรรมล้านนา และให้แสงสว่างในตัวได้
  • ริ้วขบวนแสดงสัญลักษณ์หรือสื่อความหมายถึงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ล้านนา
  • จำนวนผู้ร่วมริ้วขบวนมีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ คน

รางวัลการประกวดริ้วขบวนโคมยี่เป็ง

  • รางวัลชนะเลิศ โล่เกียรติยศจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ โล่เกียรติยศจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท
  • รางวัลที่ ๓ โล่เกียรติยศจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
  • รางวัลชมเชย จำนวน ๒รางวัล  โล่เกียรติยศจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ ภาพ/ข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *