๒๖ เมษายน วันแรกของปีที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่มีจุด Hot Spot แม้แต่จุดเดียว

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่า เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ มีจุด Hot Spot แม้แต่จุดเดียว เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในหลายอำเภอ โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า จะมีฝนตกจนถึงวันที่ ๒๘ เมษายนนี้ หลังจากนั้นระหว่างวันที่ ๑-๑๕ พฤษภาคม อากาศจะกลับมาร้อนและแล้ง ดังนั้นจึงต้องมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยเฉพาะพื้นที่ที่กำหนดให้เผา โดยเน้นหนักที่โซนใต้ของจังหวัดและโซนเหนือในบางอำเภอ ส่วนพื้นที่ที่มีฝนตก อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือไถกลบแทน โดยคาดการณ์ว่า เมื่อปรากฏการณ์เอลนิลโญ่หมดไป ปีนี้ประเทศไทยจะต้องเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ลานิญญ่า ซึ่งต้องเตรียมรับมือภาวะอุทกภัย ต้องสำรวจตรวจสอบระบบเตือนภัยที่ติดตั้งไว้แล้ว จำนวน ๒๔๓ แห่งทั้งจังหวัด ให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

อนึ่ง จากสถานการณ์หมอกควันที่ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งหน่วยบินของกองทัพอากาศ และศูนย์ส่วนหน้า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะปิดศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ ๓๐ เมษายนที่จะถึงนี้ โดยในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม จะมีการถอดบทเรียนระดับจังหวัดเชียงใหม่ และวันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม จะถอดบทเรียนระดับประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินทางมาประชุมในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม และ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมารับฟังข้อสรุปถอดบทเรียนพร้อมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม

ส่วนในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๗ เมษายนที่ผ่านมา นายคมสัน สุวรรณอัมพา พร้อมด้วย พันตำรวจเอกปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่อำเภอแม่แจ่มและอำเภอสะเมิง พร้อมทั้งมีการนำโดรนขึ้นบินสำรวจอีกด้วย เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และสั่งการให้สถานีตำรวจภูธรแม่แจ่มหาหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เช่นเดียวกับที่อำเภอเชียงดาวและอมก๋อยก็ให้ขยายผลจับกุมผู้ลักลอบเผาเช่นกัน โดยแจ้งทุกสถานีตำรวจให้ประสานกับศูนย์อำเภอทุกอำเภอเพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว จำนวน ๑,๓๕๒ คดี

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน