โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันมหิดล ๒๕๖๓

โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันมหิดล ๒๕๖๓

เชียงใหม่ – เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ กันยายนที่ผ่านมา ณ ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นายแพทย์ธวัชชัย ตัณสถิตย์ กรรมการบริหาร โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม และทีมองค์กรพยาบาล ร่วมวางพวงมาลาถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงวางรากฐานและพัฒนากิจการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศให้เจริญก้าวหน้ามาจวบจนปัจจุบัน

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๖๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ ๗ ในสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงมีพระนามเดิมว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช” ทรงเป็นต้นราชสกุล “มหิดล” ทรงรับการถวายพระอักษรจากโรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาทรงศึกษาต่อระดับมัธยม ณ ประเทศอังกฤษ และทรงย้ายไปศึกษาต่อวิชาทหาร ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อทรงสําเร็จการศึกษาทรงมีพระราชประสงค์จะเข้ารับราชการในกองทัพเรือเยอรมัน แต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ เสียก่อน จึงเสด็จนิวัติกลับประเทศไทยและทรงเข้ารับราชการเป็นทหารเรือ ต่อมาทรงลาออกเนื่องจากทรงมีพระอาการประชวรเรื้อรังไม่สามารถรับราชการหนักได้ จากเหตุนี้เองสมเด็จกรมพระชัยนาทนเรนทรจึงกราบทูลเชิญให้ทรงช่วยเรื่องการแพทย์ของไทย ซึ่งพระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า โรงเรียนแพทย์ของไทยล้าหลังมากเมื่อเทียบกับชาติตะวันตก จึงทรงตกลงพระทัยทรงงานในการพัฒนาการแพทย์ของประเทศ โดยเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการสาธารณสุข และการแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนสําเร็จการศึกษาได้เกียรตินิยมและทรงได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยมทางการศึกษาแพทย์อัลฟา โอเมกา อัลฟา (Alpha Omega Alpha) ทรงมีพระราชประสงค์จะเป็นแพทย์ประจําบ้าน ณ โรงพยาบาลศิริราช แต่ทางการไม่อาจสนองพระราชประสงค์ได้เนื่องจากเหตุผลด้านพระอิสริยยศและราชประเพณีจึงทรงเปลี่ยนความตั้งพระทัยเสด็จมาปฏิบัติหน้าที่แพทย์ประจําบ้าน ณ โรงพยาบาลแมคคอมิค จังหวัดเชียงใหม่แทน ทรงปฏิบัติงานเป็นแพทย์เยี่ยงแพทย์ธรรมดาสามัญ ผู้ป่วยขนานนามพระองค์ว่า “หมอเจ้าฟ้า” จากการที่ทรงตรากตรําทํางานอย่างหนัก ประกอบด้วยพระพลานามัยในขณะนั้นยังไม่สมบูรณ์ทําให้ประชวรด้วยโรคฝีบิดในพระยกนะ (ตับ) มีโรคแทรก ซ้อนคือพระอาการบวมน้ำในพระปัปผาสะ (ปอด) และพระหทัยวาย เสด็จทิวงคต เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ พระชนมายุ ๓๗ ปี ๘ เดือน ๒๓ วัน

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *