เชียงใหม่สั่งปิดสถานประกอบการ ๒๘ ประเภท ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม-๑๓ เมษายนนี้

จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยยืนยันติดไวรัส COVID-19 เพิ่มอีก ๕ ราย พร้อมเพิ่มมาตรการสั่งปิดสถานประกอบการ ๒๘ ประเภท ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม-๑๓ เมษายนนี้

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคมที่ผ่านมา นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จึงสั่งการให้ปิดสถานประกอบการและสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค จำนวน ๒๘ ประเภท รวมถึงห้างสรรพสินค้า ยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต สำหรับร้านอาหารให้จำหน่ายแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น โดยจะมีผลตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. ของวันที่ ๒๓ มีนาคมที่จะถึงนี้ ถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ เมษายนนี้ ดังนี้

สถานศึกษาทุกระดับ และสถาบันกวดวิชา, ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์แสดงและจัดนิทรรศการ, ปิดพื้นที่บางส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างร้านที่มีร้านค้าย่อยในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน เว้นพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สำนักงานธนาคาร สำหรับร้านอาหารให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่บ้าน, ตลาด ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต, ถนนคนเดิน, ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารเครื่องดื่มในโรงแรมให้บริการเฉพาะผู้พักในโรงแรมเท่านั้น, ปิดพื้นที่นั่งและยืนรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม, ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ รวมถึงสถานที่มุ่งเน้นการขาย จ่าย แลกเปลี่ยน ให้สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่และบริเวณนั้น เช่น ร้านเหล้าตอง เป็นต้น, ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้แก่ ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม, ปิดสถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร เว้นแต่การรักษาพยาบาลด้วยการดังกล่าวในสถานพยาบาล, ปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม แต่งผม แต่งเล็บ, ปิดสถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย, ปิดสถานที่บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม และสถานที่เสริมความงาม, ปิดสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำของหมู่บ้านและอาคารชุดที่พักอาศัย, ปิดสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส, ปิดสถานที่เล่นสเก็ต โรเล่อร์เบต และการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน, ปิดเครื่องเล่นในอาคาร เครื่องเล่นนอกอาคาร เครื่องเล่นชั่วคราว สวนสนุก โซนอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้า, ปิดร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต ตู้เกม และสถานที่อื่นใดที่มีบริการลักษณะคล้ายกัน, ปิดร้านคาราโอเกะ, ปิดสถานประกอบการ โรงมหรสพ โรงละคร, ปิดศูนย์พระเครื่องพระบูชา และสนามพระเครื่องพระบูชา, ปิดสนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ, ปิดสนามยิงปืน, ปิดบ่อตกปลา ตกกุ้ง และกิจกรรมใด ๆ ในประเภทเดียวกัน, ปิดสนามกีฬาที่มีการสัมผัสร่างกายและใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น สนามฟุตบอล และฟุตซอล เป็นต้น, ปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ บิลเลียด และสถานโบว์ลิ่ง, ปิดสนามมวย โรงเรียนสอนมวย ค่ายมวย โรงเรียนสอนฝึกสอนศิลปป้องกันตัว, และปิดสนามชนไก่ สนามประลองไก่ สนามม้า และสนามอื่น ๆ ที่มีพื้นที่จัดให้สัตว์ต่อสู้กัน

ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา ๕๒ แห่ง พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘

ส่วน นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยในจังหวัดเชียงใหม่ล่าสุด ณ เวลา ๑๑.๐๐ น. ของวันที่ ๒๒ มีนาคม จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยยืนยันติดไวรัส COVID-19 เพิ่ม ๕ ราย รวมผู้ป่วยสะสม ๑๒ ราย หายกลับบ้านแล้ว ๑ ราย ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล ๑๑ ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม ๔๓๙ ราย กลับบ้านแล้ว ๓๕๕ ราย อยู่ในโรงพยาบาล ๘๔ ราย และเป็นผู้เดินทางจากเขตติดโรคติดต่ออันตรายและพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง ๔๑๘ ราย

กรณีผู้ป่วยใหม่ที่พบเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา จำนวน ๓ ราย นั้น รายแรกเป็นผู้ป่วยสตรีไทย อายุ ๕๗ ปี อาชีพเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเดินทางไปท่องเที่ยว ณ สหนสชอาณาจักร พร้อมบุตรสาวและหลานชาย กลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลา ๒๓.๔๐ น. ด้วยสายการบินไทยสมาย เที่ยวบินที่ WE176 ซึ่งมีการกักตัวอยู่ที่บ้านทั้งครอบครัว, รายที่สองเป็นชายสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ อายุ ๖๖ ปี มีบ้านพักอาศัยอยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางกลับจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ต่อมาในวันที่ ๑๙ มีนาคม ก็มีอาการป่วย กรณีนี้ไม่มีผู้สัมผัสในจังหวัด เพราะผู้ป่วยรู้ตัวดี จึงให้ภรรยาขับรถไปรอ เมื่อลงจากเครื่องบินก็ขับรถกลับเอง, และรายที่ ๓ เป็นผู้ป่วยสตรีไทย อายุ ๓๕ ปี อาชีพนวดแผนไทย ย่านถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง มีอาการป่วยเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม และได้เดินทางไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งผู้สัมผัสเป็นคนในครอบครัว จำนวน ๔ คน และคนที่ร้านอีก ๑๐ คน สำหรับการติดตามว่า ติดมาจากไหน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะมีกลุ่มที่ต้องติดตามอีกหลายกลุ่ม ซึ่งผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้ง ๔ รายนี้ ให้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน ยังไม่ต้องเดินทางไปตรวจสารคัดหลั่งที่โรงพยาบาล จนกว่าจะมีอาการไข้และไอ ก็ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านทันที ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการติดตามของเจ้าหน้าที่ต่อไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *