เชียงใหม่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก ๔ ราย รวมเป็นสะสม ๑๙ ราย

เชียงใหม่คุมเข้ม ตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัด ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขณะที่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก ๔ ราย รวมเป็นสะสม ๑๙ ราย

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมา นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดเพื่อดูแลการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ตำบลและหมู่บ้าน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยให้มีการจัดตั้งจุดคัดกรอง ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น จังหวัดเชียงใหม่สั่งการให้ทุกอำเภอทำคำสั่งมอบหมายให้บูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองกำลังทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ ให้มีมาตรการตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัด ดูแลการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ในทุกตำบลและหมู่บ้าน ณ ทางเข้า-ออกพื้นที่ตำบลและหมู่บ้าน เพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร การเฝ้าระวัง และสังเกตอาการของผู้เดินทาง และพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดต่อของโรค ตั้งแต่ เวลา ๐๐.๐๑ น. ของวันที่ ๒๖ มีนาคมเป็นต้นมา โดยให้มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ส่วนพื้นที่อำเภอดอยเต่า ดอยสะเก็ด แม่แตง แม่อาย สารภี และฮอด นั้น นอกจากจะต้องดำเนินการดังกล่าวแล้ว จังหวัดมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ ร่วมกับด่านตรวจฯ ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง ๖ จุด อีกด้วย ได้แก่ อำเภอดอยเต่า ขาเข้า บริเวณตู้ยามท่าเดื่อ, อำเภอดอยสะเก็ด ขาเข้า บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด, อำเภอแม่แตง ขาเข้า บริเวณตู้ยามบ้านไร่, อำเภอแม่อาย ขาเข้า บริเวณตู้ยามแสนสุข ตำบลท่าตอน, อำเภอสารภี ขาเข้า บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สารภี ถนนเชียงใหม่-ลำพูน, และอำเภอฮอด ขาเข้า บริเวณตู้ยามตำรวจทางหลวงฮอด ซึ่งวิธีการคัดกรองนั้นจะเป็นการคัดกรองบุคคล ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดอันตราย ๔ ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และคัดกรองบุคคลที่มาจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยจังหวัดเชียงใหมสั่งการให้ทีม COVID-19 ในทุกตำบลและหมู่บ้าน ออกค้นหา คัดกรอง และติดตาม โดยให้ทำ Home Quarantine ซึ่งจังหวัดประสานการท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และสถานีรถไฟเชียงใหม่ ให้ส่งรายชื่อบุคคลที่เดินทางเข้ามาทั้ง ๓ ช่องทางดังกล่าวให้ทีมค้นหา COVID-19 ของตำบลและหมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบต่อไปแล้ว

จำนวนผู้เดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๑,๑๙๙ คน ประกอบตัวย ผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน จำนวน ๗๗๔ คน โดยรถไฟ จำนวน ๖๘ คน และโดยรถโดยสาร จำนวน ๓๕๗ คน ซึ่งที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการส่งข้อมูลผู้เดินทางทั้งหมดให้ทุกอำเภอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลติดตามบุคลในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ล่าสุด ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่ม ๔ ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม ๑๙ ราย กลับบ้านแล้ว ๑ ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ๑๘ ราย โดยรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ ๖ ราย โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ๙ ราย โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ๑ ราย และโรงพยาบาลสันทราย ๒ ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคขณะนี้มี ๕๖๑ ราย กลับบ้านแล้ว ๔๘๔ ราย และยังคงอยู่ในโรงพยาบาลอีก ๗๗ ราย

สำหรับการสอบสวนโรคของผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันใหม่จำนวน ๔ ราย นั้น พบว่า ๓ ราย สัมผัสต่อเนื่องจากผู้ป่วยยืนยันรายที่เป็นดีเจและเอ็มซี ทำงานอยู่ ณ Sound up Pub และ WB Pub ส่วนอีก ๑ ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคาที่ผ่านมา เที่ยวบินที่ TG911 ลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อเครื่องไปยังจังหวัดเชียงราย และกักตัวเองอยู่ที่บ้าน จนเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคมที่ผ่านมา เริ่มมีไข้ และอยู่บ้านรับประทานยาลดไข้เอง ต่อมาในวันที่ ๒๕ มีนาคมที่ผ่านมา จึงขับรถจากจังหวัดเชียงรายมายังโรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ และเบื้องต้นพบว่า ในเที่ยวบินที่ TG911 นั้น ไม่พบว่ามีผู้สัมผัสที่เสี่ยง

ส่วนกรณีซึ่งมีการแชร์ข่าวโดยทั่วไปว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อในสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่นั้น ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนโรคแล้ว เนื่องจากมีความสนิทสนมกับผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่ติดมาจากรายที่เป็นดีเจและเอ็มซี ทำงานอยู่ ณ Sound up Pub และ WB Pub อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประกันสังคมรายดังกล่าวยังไม่เรียกว่า ผู้ป่วย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ปรากฎอาการ และต้องรอผลการตรวจยืนยันต่อไป

นันธิกา กิจปาโล สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *