เชียงใหม่พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้าน อยู่เย็น)

เชียงใหม่ – จังหวัดเชียงใหม่พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ระดับจังหวัด มุ่งเน้นการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ประจำปี ๒๕๖๓ ระดับจังหวัด เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากตั้งแต่ระดับหมู่บ้านเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนนเป็น ๓ ส่วน ประกอบด้วย การบริหารองค์กร ได้แก่ การบริหารจัดการหมู่บ้านโดยกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) และคณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.), การพัฒนาหมู่บ้าน ได้แก่แผนพัฒนาหมู่บ้าน โครงการพระราชดำริ การส่งเสริมเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคนและสร้างเสริมสุขภาพกายใจ, และผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานในภาพรวม

การพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ระดับจังหวัด ในครั้งนี้ มีอำเภอที่ส่งผลงานเพื่อเข้ารับการพิจารณาระดับจังหวัด
จำนวน ๘ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ตำบลร้องวัวแดง อำเภอสันกำแพง, บ้านต้นงุ้น หมู่ที่ ๔ ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง, บ้านสันต้นแหน หมู่ที่ ๓ ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด, บ้านปางต้นฆ้อง หมู่ที่ ๑ ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย, บ้านต้นกอก หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง, บ้านอรุโณทัย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว, บ้านศรีดอนมูล หมู่ที่ ๘ ตำบลชมพู อำเภอสารภี, และบ้านห้วยทรายมูล หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านแอ่น อำเภอดอยเต่า โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือก และจะประกาศผลให้ทราบต่อไป

อุดมการณ์ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็นแนวทางสำคัญที่จะมุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาจิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ โดยการพัฒนาอย่างครอบคลุมบุคคลทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม รู้รักสามัคคี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เกิดสภาพเศรษฐกิจที่มั่นคง และเกิดการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนของประชาชน

นันธิกา กิจปาโล สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน