อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – ณ สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด อำเภอดอยสะเก็ด นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบปะลูกหลานเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ และมอบนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสุริยะ คำปวง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่, บุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่, สมาชิกสหกรณ์, และเกษตรกร ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ และคณะ เยี่ยมชม Display กาแฟของสหกรณ์ และรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการนำลูกหลานเกษตรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร รวมทั้งโครงการการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการพัฒนาฐานชุมชน (กาแฟอาราบิก้า) ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ดำเนินงานโครงการความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น (Local to Local Linkage) โดยคัดเลือกสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด เป็นเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและสหกรณ์ในการผลิตกาแฟคุณภาพดี พัฒนาการจัดการคุณภาพตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การสร้างตราสินค้า ตลอดจนการทำตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสหกรณ์และพัฒนาตลาดอย่างยั่งยืน และทำข้อตกลงร่วมกัน JTEPA จึงส่งผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นมาปฏิบัติงานร่วมกับสหกรณ์ ในปี ๒๕๖๒ เก็บฐานข้อมูลด้านการผลิตและการตลาดกาแฟ มีเกษตรกรสนใจร่วมโครงการ จำนวน ๓๗ ราย และลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำด้านการผลิต การแปรรูปเบื้องต้น การเก็บเกี่ยว และการควบคุมคุณภาพ โดยจัดอบรมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟของสหกรณ์ กำหนดทีมตรวจสอบคุณภาพกาแฟ ความสุก บันทึกขั้นตอนการแปรรูป ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของกาแฟกะลา และตรวจสอบความสมบูรณ์ของเมล็ดและรสชาติกาแฟ

ปัจจุบันสหกรณ์ฯ กำหนดราคารับซื้อกาแฟกะลาของสมาชิกแบบขั้นบันได โดยใช้คุณภาพเป็นตัวกำหนดราคากาแฟกะลาที่รับซื้อ ในฤดูกาลผลิต ๒๕๖๒/๖๓ สมาชิกทั่วไปและสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ สหกรณ์ฯ รับซื้อที่ราคากิโลกรัมละ ๑๑๐ บาท สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ และกาแฟกะลามีลักษณะทางกายภาพของกาแฟกะลาผ่าน (Defect น้อยกว่าร้อยละ ๗) จะเพิ่มราคาให้อีก ๓ บาท (เป็นกิโลกรัมละ ๑๑๓ บาท) สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการมีลักษณะทางกายภาพของกาแฟสาร (คะแนน Defect น้อยกว่า ๑๐) และรสชาติ (คะแนนคัพปิ้ง ตามขั้นตอนการประเมิน Cup of Excellence สูงกว่า ๘๐ คะแนน) จะเพิ่มราคาให้อีก ๒ บาท (เป็นกิโลกรัมละ ๑๑๕ บาท) และดำเนินการพัฒนากาแฟ Single Origin และการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ สหกรณ์ฯ เริ่มทดลองทำการตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากการทำ Single Origin ทำได้น้อยและยากสำหรับกาแฟทั่วไป สหกรณ์จัดทำบรรจุภัณฑ์แยกเฉพาะรายคน แสดงรายละเอียดพื้นที่ความสูง และลักษณะเด่นของกาแฟของแต่ละคน รวมถึงการจัดทำ QR-Code ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดอบรมหลักสูตรการพัฒนามาตรฐาน “ระบบตามสอบสินค้าเกษตร” QR Trace on Cloud ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในเดือนมิถุนายนนี้ด้วย

ปีการผลิต ๒๕๖๓/๖๔ สหกรณ์ฯ ดำเนินการแปรรูปกาแฟเชอร์รี่เอง ซึ่งสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนเครื่องกะเทาะกาแฟเชอรี่และเครื่องคั่วกาแฟจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ และเริ่มทดลองรวบรวมกาแฟเชอร์รี่นำมาแปรรูปเองทั้งกระบวนการ เพื่อพัฒนากระบวนการแปรรูปกาแฟของสหกรณ์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งสหกรณ์ได้รับคำแนะนำจาก Mr.Kuramoshi ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ในการแปรรูปกาแฟฮันนี่ โดยผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นให้คำแนะนำผ่านการประชุมทางไกลทุกเดือน

นอกจากนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ยังมีการประสานงานกับกรมวิชาการเกษตร และผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ฝึกอบรมให้ความรู้แก่สหกรณ์ในการแปรรูปกาแฟ การพัฒนาการแปรรูปเบื้องต้นของสมาชิก รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในพื้นที่พัฒนาคุณภาพกาแฟ ทำให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับการพัฒนาตลอดกระบวนการผลิตและการแปรรูป สามารถยกระดับการดำเนินธุรกิจกาแฟให้มีอัตลักษณ์เป็นกาแฟคุณภาพพิเศษของสหกรณ์ และในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ การปฏิบัติงานในพื้นที่จะสิ้นสุด แต่ยังคงการดำเนินงานในการติดตามผลการพัฒนาการผลิตและการแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การประชาสัมพันธ์เผยแพร่องค์ความรู้ และเป็นสหกรณ์ต้นแบบในการขยายผลให้กับสหกรณ์อื่นต่อไป

ในการนี้ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ มอบป้ายเงินอุดหนุนให้กับสหกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนาจำกัด และสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ด จำกัด และมอบใบประกาศนียบัตรให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ผลิตกาแฟคุณภาพ จำนวน ๓ ราย ที่ได้คะแนนคัพปิ้งมากกว่า ๘๐ คะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนที่สูง และมีโอกาสพัฒนาเป็นกาแฟสำหรับส่งประกวดหรือประมูลได้ ได้แก่ นายอนันต์ พรหมเมตจิต, นายเสถียร คำหล้า, และ นายประสิทธิ์ ขุ่ยอาภัย จากนั้นจึงเยี่ยมชมโรงคั่วกาแฟของสหกรณ์ และชมกระบวนการกะเทาะเปลือกผลสดกาแฟเชอรี่ด้วยอุปกรณ์การตลาดที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจกาแฟของสหกรณ์ และเยี่ยมชมการดำเนินงานร้านกาแฟของสหกรณ์ อีกด้วย

จากนั้น นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงเกษตรของ นายวรชัย ทองคำฟู อายุ ๔๑ ปี หนึ่งในผู้ร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ทำการเกษตร ๒๓ ไร่ ในตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เดิมเคยทำงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และลาออกเพื่อทำธุรกิจที่บ้านที่ดำเนินธุรกิจแปรรูปผลไม้แช่อิ่มและกระเทียมโทนดอง พร้อมกับบริหารจัดการพื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของวนเกษตร เริ่มจากการร่วมอบรมการจัดการสวนป่าโดยใช้หลักการปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง มาพลิกฟื้นผืนแผ่นดินของตน ผนวกกับนำองค์ความรู้จากการเรียนเกษตรช่วยในการจัดสรรแปลง ด้วยพื้นที่เป็นที่ลาดชันจึงเกิดปัญหาการเข้าถึงน้ำในการทำเกษตร จึงเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับปริมาณการเข้าถึงน้ำของแต่ละพืช ปลูกพันธุ์ป่าที่ได้รับอนุญาต เช่น มะขามป้อม และไผ่กิมซุง เป็นต้น นำมาแปรรูป เช่น กิ่งไม้ในแปลงเอามาใช้เป็นฟืน และนำมะขามป้อมป่ามาดองเป็นผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งมีการถ่ายทอดให้กลุ่มเกษตรกรที่สนใจ และมีการบรรยายขยายผลเรื่อง การจัดการแปลงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคตอยากให้แนวคิดของตนขยายสู่เกษตรกรที่สนใจในการทำเกษตรแบบวนเกษตร และอาจจะมีการแปรรูปเป็น าผักหวาน และมะขามป้อมอบแห้ง รวมทั้งมีความตั้งใจอยากจะทำให้พื้นที่เกษตรของตนเป็นเหมือนป่าชุมชน หรือ Supermarket ชุมชน ที่มีทั้งพืชผักท้องถิ่นไว้กินไว้ขายตลอดทั้งปี และใช้องค์ความรู้จากการเรียนการเกษตรมาประยุกต์ใช้กับการปลูกพืชผักต่าง ๆ ในพื้นที่ของตน และเป็นพื้นที่การเรียนรู้และทดลองของผู้ร่วมโครงการฯ มีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ของตนให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมมีการบริหารจัดการที่ดีทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต ผนวกกับช่องทางการตลาดในปัจจุบัน คือ การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์บนแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ COVID-19 ที่ผ่านมา ถือว่า เป็นโอกาสที่ดี ทำให้มีช่องทางการตลาดและมียอดขายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการนำสินค้าวางขายในห้างสรรพสินค้า ตลาดจริงใจมาร์เก็ต และการออกบูธแสดงสินค้า

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน