องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานมูลนิธิโครงการหลวง ในจังหวัดเชียงใหม่

องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายนที่ผ่านมา พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ปลูกเงาะที่สำคัญของภาคเหนือ โดยชาวบ้านดั้งเดิมปลูกกาแฟและชาเมี่ยง และสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอดพัฒนามาจากศูนย์วิจัยและส่งเสริมกาแฟอาราบิกา มีพื้นที่รับผิดชอบกว่า ๒๒๒ ครัวเรือน เป็นชาวปาเก่อญอและคนเมือง ในด้านการดำเนินการวิจัย มีการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดของเสาวรสหวาน การวิจัยเปรียบเทียบสายพันธุ์มันเทศญี่ปุ่นที่เหมาะสมกับสภาพที่สูง และยังอนุรักษ์สายพันธุ์กาแฟไว้ถึง ๑๖๒ สายพันธุ์ จึงเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์กาแฟที่สำคัญของประเทศ โดยปลูกภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ผสมผสานกับพืชอื่น เช่น พริกไทย และกระวาน เป็นต้น

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว โครงการหลวงแม่หลอดยังส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย GAP ที่เน้นการใช้ชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืชอีกด้วย เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกพืชในระบบของโครงการหลวงเฉลี่ยคนละ ๖๗,๐๐๐ บาทต่อปี พืชส่งเสริมสำคัญ ได้แก่ กาแฟอาราบิกา คะน้าฮ่องกง แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือม่วงก้านดำ เสาวรสหวาน เคพกูสเบอร์รี่ (โทงเทงฝรั่ง) ส้มคัมควอท (ส้มจี๊ด รับประทานได้ทั้งเปลือก) ข้าวนาพันธุ์ไก่ป่า และถั่วขาว และมีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกสุกรโดยพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์

สภาพพื้นที่โดยรอบโครงการหลวงแม่หลอดมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำ มีน้ำตกหมอกฟ้า และลำน้ำปิงไหลผ่าน จึงเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สร้างจิตสำนึกดูแลรักษาป่าต้นน้ำ ส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริ ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ส่งเสริมการปลูกไม้ผลยืนต้นเพื่อสร้างป่าและเป็นรายได้ และส่งเสริมยุวเกษตรกรโครงการหลวงเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเหมาะสม ปัจจุบันโครงการหลวงมีการจัดระเบียบพื้นที่โดยแยกพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่ม และส่งเสริมการทำการเกษตรโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การใช้สารชีวภัณฑ์ การบำรุงรักษาดินและน้ำ และการสร้างระบบจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค และการบริโภคอย่างเพียงพอ ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่บุกรุกป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนป่าในพื้นที่โครงการหลวงทุกแห่งอีกด้วย

ในการนี้ องคมนตรีปลูกต้นรวงผึ้งแล้วเยี่ยมชมการทอผ้าของกลุ่มแม่บ้านและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่เกษตรกรปลูกและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ตะไคร้ต้น ตะไคร้หอม ไพล มะแขว่น และว่านสาวหลง เป็นต้น และจากการที่สมุนไพรเหล่านี้มีมูลค่าต่ำโดยเฉพาะในช่วงฤดูที่มีปริมาณผลิตผลมาก โครงการหลวงจึงนำสมุนไพรกลุ่มนี้ไปกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหย พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยพยุงราคา ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ไล่ยุงและสุคนธ์บำบัด และน้ำมันหอมระเหยจากมะแขว่นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและสบู่ก้อน

จากนั้น เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวปาเก่อญอ และมีการบุกรุกเพื่อทำไร่เลื่อนลอย รวมทั้งมีการปลูกฝิ่นอยู่บ้าง โครงการหลวงจึงเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพและปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันโครงการหลวงแม่สะป๊อกมีประชากรในความรับผิดชอบ จำนวน ๔ หมู่บ้าน ๗๕๖ ครัวเรือน เป็นชาวปาเก่อญอและคนเมือง มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ และส่งเสริมการปศุสัตว์ ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัยทั้งระบบ GAP และระบบเกษตรอินทรีย์ โดยพื้นที่ปลูก ๓๑๗ ไร่ ๒๓๘ โรงเรือน ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ส่งมอบผลผลิตให้กับโครงการหลวงมูลค่ากว่า ๑๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผลผลิตหลัก ได้แก่ คะน้าฮ่องกง ผักกาดฮ่องเต้ สวีทเบซิล (โหระพาฝรั่ง) มะระหยก เสาวรสพันธุ์ไทนุง เคพกูสเบอร์รี่ งาดำ บัควีท และกาแฟอาราบิกา ซึ่งชุมชนบ้านห้วยข้าวลีบยังได้รับรางวัลชุมชนคาร์บอนต่ำและยั่งยืนในระดับดีเยี่ยมอีกด้วย

ต่อมา พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ เยี่ยมชมนิทรรศการและผลผลิตของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก และเยี่ยมชมการทอผ้าของกลุ่มแม่บ้านศูนย์ฯ ซึ่งเป็นอาชีพนอกเหนือจากการเกษตรอีกด้วย

ศราวุธ เจิมจันทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *