องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง และลงพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ สำนักงานมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมมูลนิธิโครงการหลวงประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งปีงบประมาณ ๒๕๖๓ นี้ โครงการหลวงมีการวิจัย จำนวน ๔๙ เรื่อง และขณะนี้โครงการหลวงเริ่มคัดเลือกพันธุ์สตรอว์เบอร์รีที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ โดยอยู่ระหว่างการขยายต้นไหล ก่อนนำไปปลูกทดสอบคุณภาพในเชิงการค้า นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมพัฒนาศักยภาพโรงสีกาแฟ รวมทั้งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดย่อยสลายจากกากกะลากาแฟ เพื่อเป็นแก้วกาแฟร้อน-เย็น ถาดบรรจุผลไม้ และถาดสลัด คาดว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงภายใน พ.ศ. ๒๕๖๔

นอกจากการวิจัยและส่งเสริมด้านพืชแล้ว โครงการหลวงยังดำเนินงานด้านปศุสัตว์ ซึ่งปัจจุบันโครงการหลวงจัดทำศูนย์สาธิตการเลี้ยงไข่ไก่อินทรีย์ขึ้นที่สถานีเกษตรหลวงปางดะ อำเภอสะเมิง ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์โครงการหลวง RPF. FARM และมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ และจะเป็นฟาร์มต้นแบบแก่เกษตรกร ให้เรียนรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะได้นำไปขยายผลสู่เกษตรกรใน ๓ พื้นที่ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โครงการหลวงทุ่งเริง และโครงการหลวงแม่สะป๊อก

งานวิจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงคือ การวิจัยและพัฒนาเฮมพ์ หรือกัญชง เพื่อเป็นพืชทางเลือก สร้างรายได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการพัฒนาเฮมพ์ จำนวน ๔ สายพันธุ์ ซึ่งสามารถลดค่าสารเสพติด CBD ได้ต่ำกว่าค่าที่กฎหมายกำหนด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ และเวชสำอางค์ รวมทั้งปลูกเพื่อผลิตเส้นใยสำหรับเป็นหัตถกรรมในครัวเรือน ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการร่วมกับกองทัพบกในการนำเส้นใยเฮมพ์ไปทดลองตัดเป็นเครื่องแบบทหาร

นอกจากนี้ โครงการหลวงยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและชุมชนภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย สตรี และเด็ก มีโครงการพัฒนาเยาวชนและเกษตรกรผู้นำรุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำการถ่ายทอดองค์ความรู้และเพื่อลดการเคลื่อนย้าย ส่วนด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูหัตถกรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ก็เริ่มจัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูลายปักเมี่ยน ซึ่งเป็นราชินีแห่งผ้าปักกลุ่มชาติพันธุ์เมี่ยน โดยรวบรวมลวดลายผ้าปักจากกลุ่มผู้สูงวัย และสตรีกลุ่มชาติพันธุ์เมี่ยน บ้านปังค่า อำเภอปง จังหวัดพะเยา จำนวน ๑๓ ลาย ที่จะนำไปจัดแสดงในงานโครงการหลวง ๕๑ ระหว่างวันที่ ๖-๑๖ สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในงานจะมีผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโครงการหลวง และโครงการส่วนพระองค์จำหน่ายจำนวนมาก

ต่อมาในบ่ายวันเดียวกัน พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ อำเภอแม่วาง ซึ่งจัดตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชเขตหนาวทดแทนฝิ่นและแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย ปัจจุบันโครงการหลวงแม่แฮมีประชากร ๑๔ หมู่บ้าน จำนวน ๗๘๑ ครัวเรือน โดยเยี่ยมชมแบบจำลองการใช้พื้นที่ ซึ่งโครงการหลวงแม่แฮเป็นตัวอย่างศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบบนพื้นที่สูงที่ครอบคลุมทุกมิติ รวมทั้งเป็นรูปแบบการใช้พื้นที่ที่เหมาะสม โดยยังคงรักษาสภาพป่าดั้งเดิมเอาไว้ และเพาะปลูกในที่ที่เหมาะสม เน้นการพึ่งพากันระหว่างคนกับป่า เช่น การปลูกพลับภายใต้ร่มเงาป่า เป็นต้น และยังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ไม้ผล และกาแฟ แบบประณีตภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัยและมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตหลัก ได้แก่ กะหล่ำปลี หอมญี่ปุ่น ผักกาดหอมห่อ สตรอว์เบอร์รี พลับ และกาแฟ

โครงการหลวงแม่แฮยังถูกจัดให้เป็นพื้นที่นำร่องในโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการบนพื้นที่สูงอีกด้วย โดยมีผู้พิการ จำนวน ๗ ราย ที่ได้รับความช่วยเหลือให้มีแปลงปลูกผักในโรงเรือนเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวเฉลี่ยปีละ ๑๐๘,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ มอบกล้าไม้ให้แก่ตัวแทนชาวบ้าน นักเรียน และองค์กรในพื้นที่ เพื่อนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่ป่าตามโครงการ “สวมหมวกให้ดอย ทยอยสร้างป่าวันไร่” โดยปีนี้โครงการหลวงมีเป้าหมายปลูกเพิ่มป่าในพื้นที่ ๓๙ ดอย ไม่น้อยกว่า ๓๖๕ ไร่ จากนั้นจึงเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างชาวปาเก่อญอ การทอผ้าของกลุ่มแม่บ้าน และแปลงสาธิตไม้ผลภายในศูนย์แห่งนี้

ศราวุธ เจิมจันทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *