สำนักงานชลประทานที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการใช้งานของอาคารชลประทาน เพื่อรองรับการระบายน้ำหลากในฤดูฝนปี ๒๕๖๓

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายนที่ผ่านมา นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๑ พร้อมด้วย นายวุฒิชัย รักษาสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๑ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ ๑ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการใช้งานอาคารชลประทานบริเวณประตูระบายน้ำและทางระบายน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำสายหลักจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน เพื่อรองรับการระบายน้ำหลากในฤดูฝน ปี ๒๕๖๓

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคมเป็นต้นมา ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยคาดหมายว่า ปีนี้จะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ ๕-๑๐ ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ถึงพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวน ๑-๒ ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน กรมชลประทานจึงมีมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี ๒๕๖๓ โดยมีข้อปฏิบัติ ๕ ข้อหลัก ได้แก่ จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอ, ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก และใช้น้ำชลประทานเสริม, บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพ, กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด, และวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย อีกทั้งมีข้อสั่งการของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบแนวปฏิบัติแก่กรมชลประทาน ๕ ประการ ได้แก่ วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน, กักเก็บน้ำพร้อมทั้งพิจารณาเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน, ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคให้เหมาะสมอยู่ในเกณฑ์ค่าปกติ, ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ต่าง ๆ, และให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ช่วงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก เช่น อาคาร เครื่องจักรเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 

จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานชลประทานที่ ๑ จึงดำเนินการลงพื้นที่ในจุดสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, โรงสูบน้ำบ้านดอนไชย, ฝายชลขันธ์พินิจ, อาคารระบายน้ำไหล (ไซฟอน) แม่ตาช้าง แม่เหียะ, และโรงสูบน้ำห้วยแก้ว เพื่อตรวจสอบความพร้อมใช้งานอาคาร และติดตามการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ สำหรับเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดอุทกภัยในปี ๒๕๖๓

นายสุดชาย พรหมมลมาศ กล่าวว่า ปัจจุบันลำน้ำปิงมีอาคารชลประทานที่สำคัญ ได้แก่ ประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง (ป่าแดด), ฝายชลขันธ์พินิจ (แม่ปิงเก่า), ฝายหนองสลีก, ฝายดอยน้อย, ฝายวังปาน, และประตูระบายน้ำแม่สอย ก่อนที่จะลงสู่เขื่อนภูมิพล โดยการบริหารจัดการอาคารชลประทานนั้น จะใช้อาคารชลประทานและระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำและจัดจราจรน้ำในพื้นที่ ซึ่งมีการกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ในลำน้ำ โดยมีการซักซ้อมการปฏิบัติงานตาม One map (เมืองเชียงใหม่, แม่ตาช้าง) เพื่อให้เกิดความพร้อมปฏิบัติงานหากเกิดสถานการณ์อุทกภัย

อนึ่ง ในการเตรียมความพร้อมและการช่วยเหลือในช่วงฤดูฝนปี ๒๕๖๓ นั้น สำนักงานชลประทานที่ ๑ ดำเนินการตรวจสอบสภาพความมั่นคงของเขื่อนทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง จำนวน ๒๐ แห่ง, อาคารป้องกันน้ำท่วม จำนวน ๗๗ แห่ง, การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ, และเตรียมเครื่องจักรและเครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยกำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ตาม One map ๔๒ จุด จำนวน ๖๘ เครื่อง ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ ๑ ขอความร่วมมือชาวเชียงใหม่–ลำพูน งดทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูล ลงทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำได้ที่ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักงานชลประทานที่ ๑ (SWOC 1) โทร. ๐๕๓ ๒๔๖๗๑๕, เว็บไซต์ สำนักงานชลประทานที่ ๑: http://rio1.rid.go.th/, ศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนบน: www.hydro-1.net, และเฟซบุ๊ก: สำนักงานชลประทานที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *