สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรแห่งใหม่ของไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีทางดาราศาสตร์ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรแห่งใหม่ของไทย โดยจะเปิดบริการประชาชนในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึง อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, คณะกรรมการจัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ, ภริยารองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, และผู้แทนสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพลับพลาพิธี ทรงประทับพระราชอาสน์ ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กราบบังคมทูลรายงาน กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนคณะกรรมการจัดงานและผู้มีอุปการคุณเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน ๒๑ ราย และเบิกผู้ชนะเลิศการแข่งขันกิจกรรมดาราศาสตร์เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล จำนวน ๗ รางวัล

จากนั้น เสด็จฯ จากพลับพลาพิธีไปยังแท่นกดปุ่มไฟฟ้า ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เสด็จเข้าอาคารท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการ ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นทองเหลือง ทอดพระเนตรนิทรรศการความก้าวหน้าการดำเนินงานและผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูงของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แล้วเสด็จฯ ไปในภายท้องฟ้าจำลองระบบดิจิทัลความละเอียดสูง เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๖ เมตร ทอดพระเนตรวีดิทัศน์แนะนำอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร การสาธิตการใช้งานท้องฟ้าจำลอง และภาพยนตร์ดาราศาสตร์ พร้อมกันนี้ ทรงรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “ดาราศาสตร์: เปิดประตูสู่ภูมิปัญญาสุดขอบเอกภพ: Astronomy – A Useful Frontier Science” โดย ศาสตราจารย์ท่านผู้หญิง โจเซลิน เบลล์ เบอร์แนลล์ แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยดันดี สหราชอาณาจักร ผู้ได้รับรางวัล Special Breakthrough Prize สาขา ฟิสิกส์พื้นฐาน ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนร่วมสำคัญอย่างยิ่งในการค้นพบพัลซาร์ และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจต่อวงการวิทยาศาสตร์โลกในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมา

การบรรยายกล่าวถึงดาราศาสตร์ว่า เป็นเรื่องที่น่าค้นหาสำหรับมนุษย์ ครั้งหนึ่งเมื่อผู้บรรยายยังเด็ก มีโอกาสชมท้องฟ้าจำลองเป็นครั้งแรก เรียนรู้ว่า ในเอกภพมีดาวฤกษ์มากมาย บางดวงอาจมีบริวารเป็นดาวเคราะห์เช่นเดียวกับโลก หากสามารถสังเกตและศึกษาดาวเคราะห์เหล่านั้นได้ก็จะทราบว่า มีสิ่งชีวิตนอกโลกหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน เช่น การสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง ๓๐ เมตร และการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล เป็นต้น ดาราศาสตร์จึงมีบทบาทขับเคลื่อนเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะของบุคลากร และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่ประชาชนและเยาวชน

จากนั้น เสด็จฯ จากท้องฟ้าจำลองไปยังโซนนิทรรศการ ทอดพระเนตรนิทรรศการกิจกรรมดาราศาสตร์ในโรงเรียน นิทรรศการดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์ ๑๙ โซน เช่น ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ การสำรวจระบบสุริยะ เสียงแห่งเอกภพ การเกิดเฟสดวงจันทร์ เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิก การเปรียบเทียบน้ำหนักบนดาวเคราะห์ และอุกกาบาต เป็นต้น ทรงเยี่ยมชมนิทรรศการหอจดหมายเหตุดาราศาสตร์ที่รวบรวมเอกสารและบันทึกสารสนเทศดาราศาสตร์ รวมถึงกล้องโทรทรรศน์ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยทอดพระเนตรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ และอุปกรณ์ดาราศาสตร์ของ ศาสตราจารย์กิตติคุณระวี ภาวิไล อันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หลากหลายชิ้น

โอกาสเดียวกันนี้ รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับคนตาบอดที่ผลิตจากห้องปฏิบัติการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูงของสถาบันฯ และ นายมาร์ติน จอร์จ ประธานสมาคมท้องฟ้าจำลองสัมพันธ์นานาชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายภาพถ่ายดาราศาสตร์แสงใต้

หลังจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารดูดาว ทอดพระเนตรวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก ได้แก่ ดาวศุกร์ กระจุกดาวลูกไก่ เนบิวลาในกลุ่มนายพราน และดาวบีเทลจุส และทรงบันทึกภาพกระจุกดาวลูกไก่ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จากนั้น ทอดพระเนตรการทำงานของกล้องโทรทรรศน์หลัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๗ เมตร ภายในโดมไฟเบอร์กลาสทรงคล้ายเปลือกหอย เปิดออกได้ ๑๘๐ องศา สังเกตท้องฟ้าได้รอบทิศทาง ทอดพระเนตรดาวยูเรนัสผ่านกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าว พร้อมกันนี้ ทรงบันทึกภาพกาแล็กซี NGC 891 ซึ่งเป็นการแล็กซีแบบกังหันหรือขดก้นหอย ด้วยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัติโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ เมตร ซึ้งตั้งอยู่บริเวณดาดฟ้าอาคารควบคุม หอดูดาวแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งกลับที่ประทับ เวลาประมาณ ๒๐.๓๐ น.

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า ๕๔ ไร่ บริเวณ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสำนักงานใหญ่ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่รองรับการดำเนินงานตามภารกิจหลัก ๓ ประการ ได้แก่ การศึกษาค้นคว้าวิจัยดาราศาสตร์, การพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์, และการบริการวิชาการและสื่อสารดาราศาสตร์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร

ภายใน อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ประกอบด้วยอาคารและส่วนบริการหลัก ดังนี้

๑. อาคารสำนักงานใหญ่ ประกอบด้วย ส่วนงานวิจัยและพัฒนา, ห้องปฏิบัติการทัศนศาสตร์, ศูนย์ดาราศาสตร์วิทยุ, ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ, ห้องสมุดดาราศาสตร์, ศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์นานาชาติ, และส่วนงานสนับสนุนภารกิจหลัก

๒. อาคารปฏิบัติการพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการเมคาทรอนิกส์, ห้องปฏิบัติการการขึ้นรูปชิ้นงานความละเอียดสูง, และห้องปฏิบัติการเคลือบกระจก

๓. อาคารท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการ ประกอบด้วย ส่วนท้องฟ้าจำลองระบบดิจิทัล ๓๖๐ องศา, ความละเอียดสูงสุด 8K ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๗ เมตร ความจุ ๑๖๐ ที่นั่ง และพื้นที่สำหรับรถผู้พิการ ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคเหนือ, และส่วนนิทรรศการดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์ ๑๙ โซน เช่น การสำรวจระบบสุริยะ, เสียงแห่งเอกภพ, การเกิดเฟสดวงจันทร์, เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิก, การเปรียบเทียบน้ำหนักบนดาวเคราะห์, อุกกาบาต, ลูกตุ้มเพนดูลัมกับการพิสูจน์การหมุนของโลก, และภารกิจพิชิตดวงจันทร์ เป็นต้น

๔. อาคารหอดูดาว ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๗ เมตร ด้านข้างเป็นระเบียงดาวมีหลังคาแบบเลื่อนเปิดออกได้ ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กและขนาดกลาง จำนวน ๕ ชุด สำหรับบริการดูดาวและถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้า เปิดบริการทุกวันเสาร์ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐-๒๒.๐๐ น.

๕. ลานกิจกรรมอเนกประสงค์กลางแจ้งสำหรับจัดกิจกรรมดาราศาสตร์บริการประชาชน

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เป็นศูนย์รวมศิลปวิทยาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมดาราศาสตร์ เป็นแหล่งค้นคว้า ศึกษาวิจัย บ่มเพาะและสร้างนักวิจัยดาราศาสตร์ เป็นศูนย์บริการข้อมูล ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี ดาราศาสตร์ รวมถึงการจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการดาราศาสตร์ที่สำคัญ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้จังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นเมืองหลวงดาราศาสตร์ของไทยและศูนย์กลางดาราศาสตร์อาเซียนพร้อมเปิดบริการประชาชนเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์นี้ เป็นต้นไป โดยมีกำหนดเวลาการบริการ ดังนี้

วันและเวลาทำการ:

๑. นิทรรศการดาราศาสตร์

อังคาร – ศุกร์ ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.

เสาร์ – อาทิตย์ ๑๐.๐๐-๑๗.๐๐ น.

หยุดวันจันทร์

เปิดให้ชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

๒. ท้องฟ้าจำลอง

เรียนรู้การชมท้องฟ้าและดวงดาว ๓๐ นาที และภาพยนตร์ดาราศาสตร์ ๓๐ นาที

อังคาร – ศุกร์ รอบฉาย ๑๑.๐๐ น., และ ๑๔.๐๐ น.

เสาร์ รอบฉาย ๑๑.๐๐ น., ๑๔.๐๐ น., และ ๑๗.๐๐ น.

อาทิตย์ รอบฉาย ๑๑.๐๐ น., และ ๑๔.๐๐ น.

หยุดวันจันทร์

ค่าเข้าชมท้องฟ้าจำลอง นักเรียนและนักศึกษา ๓๐ บาท, และบุคคลทั่วไป ๕๐ บาท

๓. กิจกรรมดูดาว NARIT Public Night

ทุกวันเสาร์ช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐-๒๒.๐๐ น.

ไม่มีค่าใช้จ่าย

งานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โทร. ๐๕๓ ๑๒๑๒๖๘-๙ ต่อ ๒๑๐-๒๑๑, ๐๘๑ ๘๘๕๔๓๕๓, โทรสาร ๐๕๓ ๑๒๑๒๕๐, E-mail: pr@narit.or.th, Website : www.narit.or.th, Facebook: www.facebook.com/NARITpage, Twitter: @N_Earth, และ Instagram: @NongEarthNARIT

Call Center กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โทร. ๑๓๑๓

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน