สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงโชว์ผลงานชุมชนแม่จริม จังหวัดน่าน “ชุมชนลดการเผาด้วยวิถีเกษตรตามแนวโครงการหลวง”

น่าน – สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.) เดินหน้าบูรณาการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานและชุมชน พร้อมโชว์แนวการสร้างชุมชนแม่จริมให้เป็นชุมชนลดการเผาด้วยวิถีเกษตรตามแนวโครงการหลวง โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม จังหวัดน่าน จนคว้ารางวัลเลิศรัฐ สาขาบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี พ.ศ. ๒๕๖๒

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือมีมานานหลายปี ซึ่งภาคเหนือจะถูกปกคลุมด้วยหมอกควันในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนเมษายน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอันเนื่องมาจากมลภาวะทางอากาศ ซึ่งสาเหตุขอหมอกควันนั้นจากการเผาพื้นที่เกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจึงเข้าดำเนินงานในพื้นที่โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการจากหน่วยงานทุกระดับ โดยนำผลสำเร็จของสถาบันในการเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงในพื้นที่ตำบลแม่จริม จังหวัดน่าน ผลักดันให้คนในชุมชนแม่จริมลดการเผาด้วยวิถีเกษตรแนวโครงการหลวง จนทำให้โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม สามารถคว้ารางวัลเลิศรัฐ สาขาบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี พ.ศ. ๒๕๖๒

ตำบลแม่จริม จังหวัดน่าน ครอบคลุมพื้นที่ ๖ หมู่บ้าน มีประชากร ๒,๓๒๕ คน ๕๘๗ ครัวเรือน อยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินงานของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.) ซึ่งเดิมเกษตรกรแม่จริมทำไร่ข้าวโพดซึ่งเป็นพืชไร่เชิงเดี่ยว และขาดองค์ความรู้การทำเกษตรแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมื่อถึงเวลาปรับพื้นที่เตรียมการปลูกครั้งใหม่ก็ใช้วิธีเผาเศษวัชพืชเนื่องจากรวดเร็วและไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สำคัญคือ เกษตรกรไม่สนใจการรณรงค์เลิกการเผาเนื่องจากมองเห็นว่า ไร้ประโยชน์ แบะเชื่อว่า การเผาป่าจะทำให้เห็ดงอกและผักหวานงดงาม และต้องชิงเผาป่าก่อนเพื่อไม่ให้ไฟไหม้หนักทำให้เกิดปัญหาหมอกควันปกคลุมภาคเหนือตอนบนและส่งผลต่อสุขภาพ อีกทั้งยังทำให้หน้าดินในพื้นที่ที่เกิดไฟป่าซ้ำซากขาดความสมบูรณ์และพังทลายมีผลต่อการปลูกพืชแทบทุกชนิด ซึ่งจังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือที่ถูกชี้เป้าเป็นพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก รั้งสถิติอันดับ ๔ จาก ๙ จังหวัดภาคเหนือ และพบจุดความร้อน (Hotspot) พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๕๓๓ จุด (ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน) ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เกษตรกรผู้ทำไร่ข้าวโพดเผาซังข้าวโพดและเศษวัชพืชอื่น ๆ เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพดครั้งต่อไป

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจึงเข้าดำเนินงานในพื้นที่ โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการจากหน่วยงานทุกระดับ มุ่งเป้าที่การทำให้เกษตรกรเปิดใจยอมรับและเห็นความสำคัญของปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร เริ่มจากสรรหาผู้นำชุมชนที่มีความเสียสละ มีจิตอาสา ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม โดยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ผู้นำชุมชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของการพัฒนา โดยเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจะดำเนินงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิดทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยคิดว่า ชาวบ้านคือสมาชิกในครอบครัวที่สามารถให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาได้ จนเกิดความเชื่อมั่นศรัทธาในแนวการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และให้ความร่วมมือในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การร่วมวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของชุมชน กำหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนา จากนั้นถ่ายทอดความรู้และให้ข้อมูลแก่ชุมชนในการปรับวิถีเกษตรดั้งเดิมที่มีการเผาเป็นระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวโครงการหลวง ด้วยการปลูกข้าวโพดแบบไม่ไถพรวนและเหลื่อมด้วยพืชตระกูลถั่วหลังนา การทำคันปุ๋ยจากวัชพืชและตอซังข้าวโพด การปลูกข้าวระบบน้ำน้อย การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง และส่งเสริมการปลูกผักในโรงเรือน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกิจกรรมปลูกป่าและหญ้าแฝกภายใต้โครงการจิตอาสาเราทำความดี

ผลสำเร็จ ภาพรวมสถิติการเปลี่ยนแปลง จากการเปรียบเทียบ พื้นที่ปลูกข้าวโพดในขอบเขตแผนที่ดินรายแปลงตำบลแม่จริม จาก ๖๗๗ แปลง ๙,๗๑๑.๓๓ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๔๘.๑๘ ของพื้นที่รายแปลงทั้งหมดเปลี่ยนเป็นมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเหลือเพียง ๑๗๙ แปลง ๒,๖๔๕.๖๘ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๒๔ หรือมีสัดส่วนการลดลง ๗,๐๖๕.๖๕ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๒๐.๙๔ และจากข้อมูลการกระจายตัวของจุดความร้อน พ.ศ. ๒๕๖๑ มี ๗ จุด พบในพื้นที่ป่า ๒ จุด และพื้นที่เกษตร ๗ จุด โดยลดลงจาก ๒๙ จุดใน พ.ศ. ๒๕๕๕

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนตำบลแม่จริม ด้วยการค้นหาผู้นำชุมชนที่มีจิตอาสา หัวไว และใจสู้ อันเป็นหัวใจของความสำเร็จในการดำเนินงานพัฒนา เนื่องจากผู้นำชุมชนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกขั้นตอนของการพัฒนา, สร้างความศรัทธาและความพร้อมของผู้นำชุมชน สร้างความรู้และความเข้าใจแก่ผู้นำชุมชน โดยเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน ร่วมพบปะ พูดคุย และพาไปศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานศูนย์โครงการหลวง, เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงร่วมกับชุมชน ศึกษาสถานการณ์ปัญหา ความต้องการ และโอกาสพัฒนาที่แท้จริงของชุมชน จัดทำแผนกลยุทธ์โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการแม่จริม และสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และดำเนินการพัฒนาในมิติต่าง ๆ, และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้นำชุมชนและเกษตรกร โดยให้ความรู้และองค์ความรู้ต่าง ๆ ของโครงการหลวง ประสานงานร่วมกับนักวิชาการรายสาขาที่เข้าติดตามให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และเรียนรู้จากฐานข้อมูลความรู้การพัฒนาพื้นที่สูงของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินการโดยการสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและคนในชุมชน ถือเป็นแนวทางที่ดีที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดี ก่อให้เกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน อันเป็นปัจจัยหลักให้ชุมชนแม่จริมสามารถลดการเผา ไม่ว่าจะเป็นการเผาวัชพืชหรือเผาป่าก็ตาม ชุมชนแม่จริมจึงเป็นชุมชนที่ได้รับความสนใจและกลายเป็นชุมชนตัวอย่างเรื่องปลอดการเผา โดยสามารถนำไปต่อยอดกับชุมชนอื่น ๆ ได้ และยังเป็นแนวในการลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างยั่งยืน

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน