สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติจับมืออุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถ่ายภาพดาราศาสตร์พื้นที่ท้องฟ้ามืดครั้งแรกในไทย

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดอบรมถ่ายภาพดาราศาสตร์เขตพื้นที่ท้องฟ้ามืดครั้งแรกในไทย (Dark Sky Astrophotography 2020) ณ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ร่วมเก็บบันทึกภาพถ่ายดาราศาสตร์ในสภาพท้องฟ้าไร้แสงรบกวนถ่ายทอดสู่ประชาชน หวังสร้างความตระหนักด้านมลภาวะทางแสง อันมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ พลังงานไฟฟ้า และการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ นำทีมนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและช่างภาพกว่าครึ่งร้อยร่วมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดผ่านกิจกรรมถ่ายภาพ เรียนรู้วิธีสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าช่วงเวลาต่าง ๆ พร้อมล้วงลึกเคล็ด (ไม่) ลับ เทคนิคถ่ายภาพดาราศาสตร์จากวิทยากรมืออาชีพ ร่วมเก็บภาพทางช้างเผือกและเส้นแสงดาว ท่ามกลางดวงดาวนับพัน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร อันมืดสนิทไร้แสงไฟรบกวน

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ เป็นการบรรยายเทคนิคการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ พร้อมฝึกปฏิบัติภายในท้องฟ้าจำลอง ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืด หรือ Dark Sky Reserve Area ซึ่งเป็นที่มาของชื่อกิจกรรมในครั้งนี้

ต่อมาในช่วงบ่ายจึงเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เพื่อฝึกปฏิบัติถ่ายรูปกับท้องฟ้าจริง เริ่มจากแสงสนธยาและแสงจักรราศีในช่วงค่ำ จากนั้น เรียนรู้วิธีถ่ายภาพวัตถุในห้วงอวกาศลึกช่วงกลางดึก ซึ่งการถ่ายภาพดังกล่าวต้องเชื่อมต่อกล้องถ่ายภาพกับกล้องโทรทรรศน์ที่ทีม NARIT นำมาติดตั้งกว่า ๑๐ ตัว เพื่อบริการพร้อมแนะนำวิธีหาวัตถุท้องฟ้า ต่อด้วยการถ่ายภาพเส้นแสงดาวและปิดท้ายด้วยทางช้างเผือกในช่วงเช้ามืด

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลท์ของกิจกรรมนี้คือ ช่วงเช้ามืดวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมร่วมบันทึกภาพ “ใจกลางทางช้างเผือก” ที่ขนานตัวกับเส้นขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งบริเวณที่มืดสนิทไร้แสงไฟรบกวนเท่านั้นจึงจะได้ภาพใจกลางทางช้างเผือกอันงดงาม

ปัจจุบัน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดำเนินโครงการลดมลภาวะทางแสงในเขตชุมชนและอุทยานแห่งชาติ (Dark Sky Campaign) ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, มูลนิธิโครงการหลวง, และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงพื้นที่ทำวิจัยที่แรกคือ บ้านขุนกลาง อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ตั้งเป้าหมายลดมลภาวะทางแสงที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์ สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างในชุมชนและเส้นทางสาธารณะอย่างเหมาะสมกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ และเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ผลการวิจัยพบว่า ค่าคุณภาพท้องฟ้าบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มืดลง และสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้าที่มีความสว่างน้อยได้ดีขึ้น นอกจากนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ยังสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้กว่าร้อยละ ๕๐ อีกด้วย 

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ กล่าวต่อไปว่า ในอนาคต สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีแผนผลักดันให้เกิดพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืดเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายต่อไปได้แก่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิด แสงสว่างโดยรอบไม่มากนัก ขณะนี้มีการวางแผนจัดการแสงสว่างให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ตามมาตรฐานสมาคมอนุรักษ์ฟ้ามืดสากล (International Dark Sky Association – IDA) ในอนาคต

งานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. ๐๕๓ ๑๒๑๒๖๘-๙ ต่อ ๒๑๐-๒๑๑, และ ๐๘๑ ๘๘๕๔๓๕๓, โทรสาร ๐๕๓ ๑๒๑๒๕๐, E-mail: pr@narit.or.th, Website : www.narit.or.th, Facebook: www.facebook.com/NARITpage, Twitter: @N_Earth

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *