สถานการณ์ไฟป่าบนดอยสุเทพ-ปุย เริ่มคลี่คลาย ยังคงเหลือจุดที่เกิดซ้ำซากที่เป็นภูเขาสูง

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งปรับแผนการดำเนินงานดับไฟป่า โดยมีผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ ๓๓ ฝ่ายปกครอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประชาชนจิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือปรับแผนดังกล่าว รวมถึงเรื่องการนำอากาศยานขึ้นบินโปรยน้ำเพื่อดับไฟในพื้นที่สูงชันให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ซึ่ง ณ วันนี้พบว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เริ่มคลี่คลาย โดยภารกิจช่วงบ่ายวันเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์ ปภ. (KA-32) ปฏิบัติการบินโปรยน้ำดับไฟ ณ จุดแหลมสน (ดอยผาดำ) ใกล้บ้านม้งดอยปุย และขุนช่างเคี่ยน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ซึ่งมีจุดไฟไหม้เกิดขึ้นใหม่และปะทุจากเดิมเมื่อคืนวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่เสือไฟ เหยี่ยวไฟ และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทำแนวกันไฟและนำรถดับเพลิงเฝ้าระวังตลอดคืนเพื่อป้องกันการลุกลาม และในเช้าวันนี้มีการสนธิกำลังกับหน่วยงานทุกภาคส่วนรวมกว่า ๒๐๐ นาย เร่งดับไฟอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันทีมโดรนจิตอาสาบินขึ้นสำรวจบริเวณใกล้พระธาตุดอยคำ ตำบลแม่เหียะ และจุดบ้านปง อำเภอหางดง ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณเดิมที่เกิดไฟป่าเมื่อช่วงดึก หากพบจุดที่เกิดไฟก็จะแจ้งพิกัดมายังศูนย์บัญชาการฯ จังหวัด เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์ MI 17 ของกองทัพบก บินโปรยน้ำในจุดนั้น ส่วนเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน ๓ ลำ ที่ปฏิบัติการบินโปรยน้ำดับไฟบนพื้นที่สูงชันตั้งแต่ช่วงเช้า ก็ต้องไปปฏิบัติภารกิจบินที่อำเภอเชียงดาวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตรวจพบจุดความร้อน จำนวน ๖๕ จุด โดยเฉพาะพื้นที่บ้านนาเลา ตำบลเชียงดาว ที่มีจุดความร้อน จำนวน ๑๕ จุด ในพื้นที่เขาสูงชันและเหวลึก และเป็นจุดเดิมที่ลุกลามจากเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมา จำนวน ๕ จุด ที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง

ส่วนสถานการณ์หมอกควันไฟป่าล่าสุด ณ เช้าวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานการตรวจพบจุดความร้อนจากดาวเทียมเวียร์ในจังหวัดเชียงใหม จำนวน ๕๑๘ จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน ๒๙๔ จุด และป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน ๒๑๒ จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ลาดชัน บางจุดเป็นเหวลึก ยากต่อการที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าถึง ทำให้ต้องใช้เวลานานในการควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้างได้ แต่ประกอบกับช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา มีลมพัดแรงเป็นผลให้สะเก็ดไฟพัดปลิวข้ามแนวกันไฟที่ทำเพื่อสกัดไฟไว้ และลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบางจุดก็เกิดการปะทุใหม่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะร่วมกันดับไฟไปแล้วตาม

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้มีการส่งกำลังทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ออกลาดตระเวน ตรวจสอบจุดความร้อน และเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้เพิ่มการลาดตะเวนในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น อันเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาและกลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำคู่กันไป เพื่อป้องปรามการลักลอบเผาป่าเพิ่ม โดยกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย หากพบผู้ที่เข้าไปในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ดำเนินการจับกุมตามกฎหมายได้เลย เนื่องจากมีประกาศมาตรการปิดป่า ๑๐๐% ไปแล้ว หากฝ่าฝืนก็จะลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดต่อไป สำหรับผู้ชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดก็มีการเพิ่มรางวัลนำจับจากรายละ ๕,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท โดยสามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๕๓ ๑๑๒๘๐๘, และ ๑๙๑ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ฟองเบียร์ ERT ปภ.ชม. ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน