สดร. ผนึกกำลังนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ๒๘ หน่วยงาน จัดตั้งภาคีวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทย

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นแกนนำระดมคณาจารย์ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจาก ๓ องค์การมหาชน, ๑ หน่วยงานรัฐ, ๒๓ มหาวิทยาลัย, และ ๑ สมาคม ลงนามจัดตั้งภาคีความร่วมมือวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทย บูรณาการกำลังคนและทรัพยากรการวิจัยร่วมกัน เพื่อกำหนดแผนที่นำทางการวิจัยที่เชื่อมโยงกับการศึกษาคุณภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมจัดประชุมนัดแรก ชูประเด็นเร่งด่วน ศึกษาวิเคราะห์ต้นตอปัญหา PM 2.5 และคุณภาพอากาศโดยรวมในประเทศไทย

ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญของการวิจัยวิทยาศาสตร์บรรยากาศ ซึ่งรวมถึงคุณภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากดำเนินการมาระยะหนึ่งพบว่าผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์บรรยากาศในประเทศไทยกระจายอยู่ตามหน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทำให้ผลงานวิจัยที่ได้กระจัดกระจาย ไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ, ฝุ่น PM2.5, และการคาดการณ์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติจึงเชิญคณาจารย์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานวิจัยบรรยากาศในประเทศไทย จนท้ายสุดทุกฝ่ายแสดงเจตจำนงร่วมกันในการจัดตั้งเป็นภาคีวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการและขยายขอบเขตความเชี่ยวชาญหลักของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงประสานความร่วมมืองานวิจัยบรรยากาศและคุณภาพอากาศในประเทศไทยให้มีการทำงานที่สอดประสานกัน เนื่องจากปัญหาบรรยากาศมีความหลากหลายและซับซ้อนเกินกว่าหน่วยงานเดียวจะทำได้

ภาคีวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันจัดทำแผนที่นำทางของการวิจัยแบบบูรณาการ, บูรณาการวิจัยบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับการศึกษาคุณภาพอากาศของประเทศและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ, จัดสร้างห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือทันสมัยสนับสนุนการวิจัยบรรยากาศ, พัฒนาระบบฐานข้อมูล, สร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์บรรยากาศ, สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ, พัฒนาบุคลากรการวิจัยบรรยากาศ, และผลักดันให้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประธานในพิธีลงนาม กล่าวว่า ปัจจุบันโลกต้องเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจก เป็นเหตุให้นานาประเทศสนใจและตระหนักถึงผลกระทบและความเสียหายด้านต่าง ๆ ที่จะตามมา ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศเช่นกัน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวไทย และปัญหาการเกิดมลพิษอื่น ๆ ซึ่งต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานและบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ นำองค์ความรู้มาบูรณาการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อศึกษาสาเหตุและกลไกการเกิดมลพิษทางอากาศ รวมทั้งหาแนวทางป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์

รายนาม ๒๘ หน่วยงาน ที่ร่วมลงนามความร่วมมือภาคีวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทย (Thailand Consortium for Atmospheric Research: TCAR) ประกอบด้วย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน), กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, มหาวิทยาลัยนเรศวร, สถาบันพระบรมราชชนก, และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาสิ่งแวดล้อมไทย

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *