รองแม่ทัพภาคที่ ๓ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือลดการเผาทุกชนิด ป้องกันการเกิดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

พลตรีถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ ๓ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า กล่าวว่า ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า รวบรวมผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือพบว่า สภาพอากาศในระยะที่ผ่านมามีค่า PM2.5 ระหว่าง ๓๙-๑๘๓ ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, ค่า PM10 ระหว่าง ๗๖-๒๔๒ ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และค่าคุณภาพอากาศ (AQI) ระหว่าง ๖๑-๒๙๓ ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดในพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ พบว่า จำนวน Hotspot (ดาวเทียมระบบ VIIRS) ช่วงระหว่างวันที่ ๑๕-๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวน ๔,๑๗๘ จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๑,๘๗๗ จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๑,๔๗๗ จุด, พื้นที่เกษตร ๔๒๓ จุด ,เขตสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๒๒๐ จุด จังหวัดที่มีจุดความร้อนมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ตามลำดับ

อนึ่ง ชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก ๑๕ ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ปฏิบัติงานใน ๙ จังหวัดภาคเหนือ มุ่งเน้นการลาดตระเวน ดับไฟ ทำแนวกันไฟ และประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก

ในการนี้ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ลดการเผาทุกชนิด ในทุกพื้นที่ เพื่อให้สภาพอากาศของภาคเหนือมีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพให้น้อยที่สุด

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน