รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เน้นย้ำ การบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังสิ้นสุดช่วงห้ามเผา ให้เป็นไปตามแผน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เน้นย้ำมาตรการการบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังสิ้นสุดช่วงห้ามเผา ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ โดยให้อำเภอที่มีจุดความร้อนมากที่สุดในเช้าวันนี้ จำนวน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงดาว อำเภอพร้าว อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่แตง และอำเภออมก๋อย ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ VDO Conference เพื่อรายงานสาเหตุการเกิดจุดความร้อนที่เกิดขึ้น และเดินหน้าแก้ปัญหาไฟป่าในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการรายงาน ณ เช้าวันที่ ๒๕ เมษายน พบว่า เกิดจุดความร้อน จำนวน ๔๐ จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๓ จุด, ป่าอนุรักษ์ ๑๒ จุด, เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) จำนวน ๔ จุด และอื่น ๆ จำนวน ๑ จุด

นายคมสัน สุวรรณอัมพา เน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังสิ้นสุดช่วงห้ามเผาในวันที่ ๓๐ เมษายนที่จะถึงนี้ว่า จังหวัดเชียงใหม่ให้ทุกอำเภอวางแผนจัดการเศษวัชพืชในพื้นที่การเกษตร โดยแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรการการจัดระเบียบบริหารจัดการเศษวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรม และให้อยู่ในการควบคุมของนายอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมทั้งให้มีคนเฝ้าระวังจนกว่าการเผาเศษวัชพืชจะดับสนิท เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งให้ระวังผู้ที่สวมรอยเผาในพื้นที่นอกเหนือจากที่ได้รับการอนุญาต ซึ่งมีการมอบหมายให้แต่ละอำเภอเฝ้าติดตามและรายงานต่อศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ หรือหากมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยวิธีการอื่นนอกเหนือจากการเผา เช่น การทำปุ๋ยหมัก และการนำเศษวัสดุการเกษตรส่งให้โรงงานอุตสาหกรรมอัดใบไม้เป็นก้อน เป็นต้น ก็จะเป็นวิธีที่ดี สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งจะมีการประชุมถอดบทเรียนของแต่ละอำเภอในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคมนี้ เพื่อจังหวัดจะนำมาบูรณาการวางแผนเตรียมรับมือในปีต่อไป

อนึ่ง วันที่ ๒๑ พฤษภาคมนี้ จังหวัดเชียงใหม่กำหนดการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ทดแทนผืนป่าพร้อมกันทั้งจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าพันธุ์ไม้มงคลจากกรมป่าไม้จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ ต้น โดยวันที่ ๒๘ เมษายนที่จะถึงนี้ จะมอบให้กับทุกอำเภอเพื่อนำไปเพาะพันธุ์และเตรียมปลูกพร้อมกันทั้งจังหวัดตามวันเวลาที่กำหนด ส่วนผู้ที่จะสนับสนุนกล้าพันธุ์ไม้ ได้แก่ กาแฟ ลิ้นจี่ และลำไย รวมถึงพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อจังหวัดจะนำไปแจกจ่ายให้กับทั้ง ๒๕ อำเภอสำหรับปลูกเพิ่มเติม ก็สามารถนำไปสนับสนุนได้ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐๕๓ ๑๑๒๘๐๘

ศราวุธ เจิมจันทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *