รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ติดตามการทำงานของเครื่องบำบัดอากาศ บริเวณลานประตูท่าแพ

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคมที่ผ่านมา ณ ลานประตูท่าแพ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำงานของเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต้นแบบ ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน ๔ เครื่อง ซึ่งติดตั้งและเดินเครื่องตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคมเป็นต้นมา

นายคมสัน สุวรรณอัมพา กล่าวว่า เครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทั้ง ๔ เครื่อง จะช่วยดูดเอาอากาศที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปผ่านขั้นตอนการฉีดพ่นฝอยของละอองน้ำและดักจับฝุ่น แล้วปล่อยอากาศที่มีคุณภาพดีออกมา ในช่วงที่ผ่านมามีความกดอากาศต่ำและอากาศไม่ไหลเวียน ทำให้เกิดฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงเช้า อันเป็นปัจจัยธรรมชาติที่ควบคุมยาก ทั้งนี้หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันบูรณาการการแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการฉีดพ่นฝอยละอองน้ำเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และอาคารสูงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ Safety Zone ตามโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ห้างสรรพสินค้า และร้านกาแฟต่าง ๆ สำหรับบริการประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งซึ่งจะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก

เครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ต้นแบบนี้ จัดสร้างขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยปัญหาสุขภาพของประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ คิดหาแนวทางควบคู่กับการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยให้คณะทำงานโครงการสร้างเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกรมควบคุมมลพิษ พัฒนาต่อยอดเป็นงานวิจัย โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศ และใช้หลักการทำงานคือ บำบัดอากาศในช่วงความสูงที่ ๓-๕ เมตร ซึ่งเป็นความสูงระดับที่อยู่อาศัย โดยจะเดินเครื่องพร้อมกันทั้ง ๔ เครื่อง ระหว่างเวลา ๐๕.๐๐-๒๑.๐๐ น. ของทุกวัน จนกว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ของเชียงใหม่จะเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกรมควบคุมมลพิษ จะร่วมกันเก็บข้อมูลเพื่อวิจัยและต่อยอดเครื่องบำบัดอากาศฯ ซึ่งใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศและผลิตโดยช่างไทย โดยใช้งบประมาณเครื่องละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐บาท โดยตั้งเป้าภายใน ๒-๓ ปีนี้ จะพัฒนาให้การทำงานของเครื่องมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เพื่อแก้ปัญหามลพิษของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *