มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จจากงานวิจัยในโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อการแพทย์ ๑๒,๐๐๐ ต้น

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย ดร. อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และคณะผู้แถลงข่าว ร่วมกันแถลงข่าว ความสำเร็จโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อการแพทย์ ๑๒,๐๐๐ ต้น ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม โดยมีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการแถลงข่าวเป็นจำนวนมาก

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรพล ทองมา รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ร่วมแถลงข่าว กล่าวว่า โครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อการแพทย์ ๑๒,๐๐๐ ต้น ในระบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม เป็นความร่วมมือของมหาวิทยลัยแมโจ้และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมหาวิทยาลัยมีหน่วยงานที่ศึกษาวิจัยการปลูกพืชระบบอินทรีย์อยู่แล้ว โดยเริ่มจากการมีศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนตินในการกำจัดขยะอินทรีย์ ซึ่งต่อมาก็เปลี่ยนเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแมโจ้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งดำเนินการวิจัยการปลูกพืชระบบเกษตรอินทรีย์ในโรงเรือนอัจริยะ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก FOAM และ USDA หน่วยงานที่รับรองการปลูกพืชระบบเกษตรอินทรีย์ ภายในโรงเรือน แบบ Smart Farming มหาวิทยาลัยจึงจัดทำโครงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์เสนอต่อกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จนเกิดการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ขึ้น ระหว่างกรมการแพทย์ องค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มโนชัย รักษาการแทนรองอธิการบตีมหาวิทยาลัยแมโจ้ ลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายนปีที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ กันยายนปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพย์ติดให้ปลูกกัญชาในพื้นที่จำเพาะในโรงเรือนอัจฉริยะ เนื้อที่ ๓,๐๔๐ ตารางเมตร สามารถปลูกกัญชารุ่นแรกได้ จำนวน ๑๒,๐๐๐ ต้น โดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับจากกรมการแพทย์ ชื่อพันธุ์อิสระ ๐๑ (ISSARA 01) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีสาร CBD และ THC ระดับสมดุล และในวันที่ ๒๑ กันยายนปีที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวสาธารณสุข เดินทางไปเยี่ยมชม และปลูกกัญชาต้นแรกในโรงเรือนอัจฉริยะ ณ ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย ซึ่งโรงเรือนอัจฉริยะนี้อยู่ในโครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแมโจ้ มีสถานะเป็นหน่วยงานวิสาหกิจของมหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. อานัฐ ตันโช เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ

ศาตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ประสบความสำเร็จจากงานวิจัยในโครงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ในระบบเกษตรอินทรีย์ Smart Organic Farming ภายในโรงเรือนอัจฉริยะ Smart Farming แบบ IOT

ศาตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวต่อไปว่า กัญชาเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม ตึงดูดแมลงศัตรูพืชได้ดี และมีผลต่อการเกิดโรคพืชได้ในระยะต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่ด้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมากและบ่อยครั้ง อันจะทำให้กัญชามีสารเคมีตกค้าง ส่งผลต่อการนำไปใช้เพื่อการแพทย์ จึงจำเป็นต้องปลูกในระบบอินทรีย์ โดยเริ่มจากการเพาะเมล็ดซึ่งใช้นวัตกรรมวัสดุปลูกและเทคนิคการเพาะเมล็ดที่ทำให้เมล็ดงอกภายในระยะเวลาสั้น และเริ่มนำตันกล้ปลูกในวัสดุปลูกตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมปีที่ผ่านมา ในโรงเรือนขนาตเนื้อที่ ๓,๐๔๐ ตารางเมตร ปลูกระยะชิดได้ จำนวน ๑๒,๐๐๐ ต้น ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด และใช้นวัตกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จาก IFOM และ USDA ทั้งวัสดุปลูกอินทรีย์ การให้น้ำและสารอาหารอินทรีย์ (N, P, K) การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง รวมทั้งการกำจัดศัตรูพืชโดยแมลงกำจัดศัตรูพืช เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน และมวนพิฆาต รวมทั้งการใช้สารจุลินทรีย์กำจัดโรคพืช ซึ่งเป็นงานวิจัย ของคณาจารย์มหาวิทยาลัยแมโจ้ ถึง ๑๓ ชนิด รวมทั้งเทคนิคการจัดการความเครียดของพืชเนื่องจากกัญชาเป็นพืชที่มีความไวต่อความเครียด เช่น ขาดน้ำ ขาดอาหารที่จำเป็น และช่วงความยาวแสง ซึ่งจากประมาณการเบื้องตัน กัญชาจำนวน ๑๒,๐๐๐ ต้น จะให้ผลผลิตจากตันตัวเมียเพียง ๖,๐๐๐ ต้น ที่เหลือจะเป็นต้นตัวผู้ซึ่งไม่ให้ผลผลิตดอกกัญชา แต่จากเทคนิคการจัดการความเครียดทำให้ได้ต้นเพศเมียมากถึงเกือบ ๗,๕๐๐ ต้น และเนื่องจากเป็นการปลูกในช่วงหน้าหนาวจึงต้องใช้เทคนิคในการควบคุมแสงและอาหารไม่ให้กัญชาออกดอกเร็วในขณะที่ตันไม่สมบูรณ์เต็มที่ และขณะนี้ตันกัญชามีความสมบูรณ์เต็มที่ ออกดอกประมาณ ๔ ช่อต่อ ๑ ต้น พร้อมให้เก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยวจะได้ผลผลิตดอกกัญชาสตไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือ ๑๐ ตัน เพื่อส่งมอบให้กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรม โดย นายอนุทิน ชาญวีระกูล  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเดินทางไปตัดช่อกัญชาช่อแรก ณ ฟาร์มมหาวิทยาลัยแมโจ้ ในวันที่ ๑๕ มกราคมที่จะถึงนี้ จึงนับเป็นผลงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในระดับชาติ จากโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อการแพทย์ ๑๒,๐๐๐ ตัน ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรมครั้งแรกของประเทศไทย

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ ภาพ/ข่าว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *