มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดงานแถลงข่าวและขอบคุณสื่อมวลชนประจำปี ๒๕๖๒

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคมที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ร่วมกันแถลงข่าวประจำปี ๒๕๖๒ และจัดงานขอบคุณสื่อมวลชนทุกสาขาที่สนับสนุนและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วยดีตลอดมา โดยมีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการแถลงข่าวและร่วมงานขอบคุณสื่อเป็นจำนวนมาก

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต กล่าวถึงนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยดำเนินการตามแผนพัฒนาการศึกษาฉบับที่ ๑๒ และแผนงานที่เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อันนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ รับผิดชอบต่อสังคม และสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน โดยมียุทธศาสตร์การผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม คุณภาพ และมีทักษะการเป็นพลเมืองโลก ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศ และยุทธศาสตร์บริการวิชาการที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการใช้ศักยภาพความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงรุก ๓ ด้าน ได้แก่ นวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน, นวัตกรรมอาหาร สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ,  และนวัตกรรมและองค์ความรู้ล้านนาสร้างสรรค์

จากความมุ่งมั่นและตั้งใจของชาวมหาวิทยาลัยทุกภาคส่วน ตลอดระยะการดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดผลลัพธ์ด้านต่าง ๆ ดังนี้

๑. ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ภายใต้ความร่วมมือของทุกคณะและส่วนงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหมสร้างให้เกิดผลทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับพื้นที่และระดับประเทศคิดเป็นมูลค่ากว่า ๑,๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน จำนวน ๗๙๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท, นวัตกรรมด้านอาหาร สุขภาพ และการดูแลผู้สุงอายุ จำนวน ๔๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท, และนวัตกรรมและองค์ความรู้ล้านนาสร้างสรรค์ จำนวน ๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME, โครงการยกระดับธุรกิจเริ่มต้น (Boost up New Entrepreneurs), โครงการพัฒนาเครือข่ายงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านสร้างสรรค์เชียงใหม่, การพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และการสาธารณสุขครบวงจร, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตฐานการผลิตสินค้า OTOP, โครงการน้ำตาลลำไย, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนตามหลักการ BEDO’s Concept และสรรหาชุมชนใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ชา กาแฟ และเครื่องชงดื่ม, และโครงการศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร เป็นต้น โดยปี ๒๕๖๒ มามหาวิทยาลัยเชียงใหม่บ่มเพาะและสร้างธุรกิจเกิดใหม่ (Startup) จำนวน ๒๐ ราย เช่น นาวินพลัส จำกัด (วุ้นไคโตชานจับไขมัน), บริษัท ทีแกลเลอรี่ กรุ๊ป จำกัด (คอมบูชาชนิดเม็ดและแคปซูลเคลือบเอนเทอริก), และห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านการยะ (ยาสีฟันเจลป้องกันการอักเสบของเหงือก) เป็นต้น รวมถึงการผลักดันนวัตกรรมและผลงานวิจัยสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ภายใต้ บริษัท อ่างแก้วโฮลดิ้งจำกัด เช่น บริษัท พลังงานนครพิงค์ วิสาหกิจเพื่อชุมชน จำกัด (Biogas Scrubber Biogas Flare), และ บริษัท บีเอเอเค จำกัด (บริษัทงานวิ่งมาราธอนครบวงจร) เป็นต้น

๒. ด้านการจัดการศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รับนักศึกษาใหม่ โดยรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน ๗,๖๔๒ คน, ระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน ๑,๔๐๐ คน, และมีบัณฑิตที่รับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน ๗,๒๓๔ คน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กว่า ๕๐๐ คน โดยในจำนวนนี้มีนักศึกษาพิการ ๖๔ คน พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการรองรับสังคมผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมมีโอกาสเข้าถึงความรู้ตลอดทุกช่วงอายุ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมี CMU MOOC เพื่อการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด ผ่านระบบออนไลน์ทุกที่ทุกเวลา

๓. ด้านการวิจัย ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผลิตผลงานวิจัยหลายสาขา ส่งผลให้ได้รับการจัดอันดับที่ ๙๖ ของเอเชีย จาก QS Asian University Ranking โดยมีสาขาที่โดดเด่นติดอันดับโลก ได้แก่ สาขาการเกษตรและป่าไม้ สาขาการแพทย์ และสาขาวัสดุศาสตร์

๔. ด้านการบริการวิชาการ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ใบริการผู้ป่วยนอกปีละ ๑,๓๐๐๐ คน,, ผู้ป่วยในปีละกว่า ๕๐,๐๐๐ คน, และผู้ป่วยฟื้นฟูสภาพระยะยาวกว่า ๒,๐๐๐ คน อีกทั้งคณะแพทยศาสตร์ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ออกหน่วยบริการประชาชนพื้นที่ห่างไกลกว่า ๓๐ ครั้ง มีผู้รับบริการกว่า ๓,๐๐๐ คน เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการการแพทย์

โครงการเด่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี ๒๕๖๒ มีจำนวนมาก เช่น

๑. โครงการ Zero Waste CMU มีเป้าหมายเพื่อลดการนำขยะไปฝังกลบเกือบร้อยละร้อย โดยเริ่มตั้งแต่ต้นทางคือ รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก, กลางทางคือ การคัดแยกขยะ, และปลายทางคือ การนำขยะไปแปรรูปให้เป็นพลังงานทดแทน อันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินโครงการ Green and Clean campus ซึ่งสามารถลดการปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า ๑๘,๕๐๐ tonCO2

๒. ศูนย์วิชาการสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาหมอกควันโดยใช้องค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และร่วมมือกับองค์กรภายนอก เพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการทุกภาคส่วนและยั่งยืน

๓. ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศรีษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามพระราชดำริฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและแก้ความพิการบนใบหน้า เช่น การแก้ปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยด้อยโอกาสได้รับการรักษาแล้วกว่า ๑,๒๐๐ ราย

ส่วนการดำเนินงานที่สำคัญในปี ๒๕๖๓ นั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังคงมุ่งพัฒนาภารกิจหลักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และยังคงเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่เคียงข้างชุมชนอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

๑. ด้านการศึกษา จะมีการเพิ่มหัวข้อความรู้ใน CM๊U MOOC ให้ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และขยายให้มีผู้เข้าไปเรียนรู้มากขึ้นจากปัจจุบันที่มีผู้เข้าไปเรียนรู้แล้วกว่า ๗๐,๐๐๐ คน, ตั้งเป้าเพิ่มสำหรับผู้เข้าศึกษาในวิทยาลัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ คน, ส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาสู่ Smart Students คือ เป็นทั้งคนดีและคนก่ง ผ่านการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เสริมกิจกรรมนักศึกษาที่สร้างสรรค์ ปลูกฝังความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ และมีจิตอาสา พร้อมความสามารถภาษาอังกฤษ เพื่อก้าวสู่บัณฑิตที่มีคุณธรรม คุณภาพ และมีทักษะการเป็นพลเมืองโลก, ขยายโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครอบคลุมช่วงชั้นประถมศึกษาและอนุบาลศึกษา, ดำเนินการสร้างศูนย์นวัตกรรมการสื่อสาร (Communication Innovation Center: CIC) คณะการสื่อสารมวลชน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารการตลาดดิจิทัล และการผลิตสื่อมัลติมีเดียและสื่อออนไลน์

๒. ด้านการวิจัยและนวัตกรรม เน้นสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่ชุมชนและสังคมสามารถนำไปต่อยอดใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง โดยพัฒนานวัตกรรมที่เป็นจุดเน้นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ ด้านอาหารและการเกษตร ดัานสุขภาพและสังคมผู้สูงวัย ด้านพลังงานชีวภาพ ดัานสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ, ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยชั้นแนวหน้าที่จะนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในอนาคตได้ เช่น โครงการจัดตั้งศูนย์วิจ้ย Qนantum Computing ร่วมกับสถาบันอื่น ๆ เพื่อให้เกิด Quantum Research Center ในระดับประเทศ เป็นต้น ตลอตจนพัฒนางานวิจัยและการบริการวิชาการตามโจทย์ BCG ของประเทศ เนื่องจากยุทธศาสตร์เชิงรุกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สอดคล้องกับ BG ของรัฐบาล, ส่งเสริมกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็งของมหาวิทยาลัยและตอบโจทย์ประเทศ เช่น ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และมาตรฐานการผลิตสินค้า OTOP เพื่อสร้างนวัดกรรมและเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต, การสร้างมูลค่าและคุณค่าหัตถกรรมชุมชนด้วยนวัตกรรม ๘ จังหวัด ๔๐ ชุมชน, และศูนย์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพแบบครบวงจร เป็นตัน

๓. ด้านบริการวิชาการ มุ่งพัฒนาและยกระดับเมืองเชียงใหม่ให้เป็น Medical Hนb หรือเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ โดยสร้างอาคาร Medical Hนb ที่คณะแพทยศาสตร์ และที่ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริกุญไชย” จังหวัดลำพูน, สร้างอาคารศูนย์สุขภาพสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ เพื่อบริการวิชาการ การวิจัย และบริการรักษาโรคเฉพาะทางสำหรับสัตว์เลี้ยง, สร้างศูนย์ส่งเสริมพฤฒิพลังผู้สูงอายุ (Senior Wellness Center) บริเวณริมแม่น้ำปิงที่ตำบลป่าแดต อำเภอเมือง เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยแบบครบวงจร, และสร้างโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อเป็นตันแบบในการนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ให้แก่ชุมชน

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ ภาพ/ข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *