ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เชิญผู้นำชุมชนหารือแนวทางแก้ปัญหากรณีเกิดเหตุเผาป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เชิญผู้นำชุมชนหารือแนวทางแก้ปัญหากรณีเกิดเหตุเผาป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยเน้นการใช้เครือข่ายกำนันและผู้ใหญ่บ้านควบคุมพื้นที่ของตนอย่างเข้มงวด และใช้หอกระจายข่าวสร้างการรับรู้ พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังการหาของป่า ย้ำให้ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ หวังจูงใจให้งดการเผา

เชียงใหม่ – เมื่อวันนี้ ๗ มีนาคมที่ผ่านมา ณ ห้อง POC อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมด่วน นายอำเภอเมือง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแม่เหียะ ชี้แจงสาเหตุการเกิดไฟป่าเมื่อวันที่ ๔ มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เสียหายกว่า ๔๐ ไร่ โดยมีทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือและหาแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายผู้นำชุมชน สร้างการรับรู้และสร้างจิตสำนึกกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลและควบคุมเขตพื้นที่ของตนให้ดีที่สุด โดยใช้หอกระจายข่าวในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด (๖๑ วันห้ามเผา) ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังชาวบ้านที่จะเข้าไปหาของป่าในเขตป่าอุทยานและป่าอนุรักษ์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดการเผาบ่อยครั้ง โดยขอให้ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดึงกลุ่มคนเหล่านี้มาอบรมส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ เพื่อจูงใจให้มีทางเลือกนอกจากการหาของป่า ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่เผาอย่างจริงจัง

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สาเหตเหตุที่เกิดการเผาในแต่ละพื้นที่นั้น เชื่อว่า ไม่ได้เกิดจากคนในพื้นที่ เพราะทุกคนรักและหวงแหนพื้นที่ของตนอยู่แล้ว ฝากให้ช่วยกันสอดส่องดูแลผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ป่า ซึ่งอุทยานฯ มีประกาศไม่ให้เข้าไปหาของป่าในเขตอุทยานอยู่แล้ว จึงขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการดำเนินมาตรการช่วยลดและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองภายในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ โดยการทำแนวกันไฟ สร้างฝายชะลอน้ำ และการพ่นละอองน้ำบนอาคารสูงและรอบตัวเมือง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รวมทั้งการตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ และควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องใช้ความร่วมมือจากชาวเชียงใหม่ทุกคนในการช่วยกันแก้ปัญหาหมอกควันอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง

พิพัฒน์ ศรีตะวัน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *