ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คุมเข้มแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมแผนรับสถานการณ์เดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งจากข้อมูลในปีที่ผ่านมาพบว่า ช่วงสองเดือนนี้เป็นช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันซึ่งเกิดจากในพื้นที่และจากพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้ปริมาณค่าฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น จึงดำเนินการวางมาตรการเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเรื่องของสุขภาพอนามัยของประชาชน ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่มีการแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์แนวการปฏิบัติตนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมถึงการให้คำแนะนำต่าง ๆ ทั้งการสร้างเครื่องมือในการป้องกันตนเองที่สามารถทำได้เองและราคาถูก เช่น หน้ากากอนามัย และเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น พร้อมทั้งมี MISTER PM2.5 ทั้ง ๒๕ อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญที่จะร่วมกันดูแลประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งมีการจัดทำพื้นที่ปลอดภัย (Save Zone) ไว้บริการประชาชนในพื้นที่

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวต่อไปว่า จากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคส่วนของอำเภอ และภาคส่วนของพื้นที่ป่า พร้อมทั้งชี้แจง ประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือประชาชนและผู้เก็บหาของป่าหรือเข้าไปในพื้นที่ป่า ให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ สำหรับบางพื้นที่นั้น ถ้าจำเป็นจริง ๆ อาจต้องให้งดเว้นการเข้าไปในพื้นที่ป่า เนื่องจากสภาพป่าแห้งมากและง่ายต่อการจุดติดของไฟ หากไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดไฟป่าขึ้นได้ ซึ่งต้องมีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ และหากมีความจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ป่าในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะข้อปฏิบัติตนและการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุ ซึ่งเป็นแนวในการร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนด้านวิถีชีวิต เพื่อให้สามารถได้ประโยชน์ร่วมกัน

 

ส่วนที่มีกระแสว่า การดำเนินการในการจับกุมผู้เผาป่ายังไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังนั้น นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า มีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานและไม่พบผู้เผาป่า ในการจับกุมผู้กระทำความผิดต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายนั้นต้องพบเห็นการกระทำความผิดที่ชัดเจน หากตรวจสอบพบก็จะจับกุมดำเนินคดีทุกราย อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือจากทุกคนให้มีสำนึกร่วมกันรับผิดชอบและช่วยกันแก้ปัญหานี้เพื่อสุขภาพของประชาชนทุกคน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน