ผนึกกำลัง ๙ จังหวัดภาคเหนือ ถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผนึกกำลัง ๙ จังหวัดภาคเหนือ ร่วมสรุปผลการถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี ๒๕๖๓ ตั้งเป้าปีหน้าการเกิดไฟป่าต้องน้อยกว่าเดิม

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสรุปผลการถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ ช่วงปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน และจังหวัดตาก โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๙ จังหวัดภาคเหนือ ให้การต้อนรับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า จากการดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าในเขตพื้นที่ภาคเหนือในรอบปีที่ผ่านมานั้น พบว่า จำนวนการเกิดจุด HOT SPOT หรือการเกิดไฟป่าในช่วงปี ๒๕๖๓ ลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่พื้นที่ความเสียหายกลับมากขึ้น โดยไฟป่าที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดในจุดใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งต้องยอมรับว่า แผนดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่ผ่านมา อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะต้องดำเนินการต่อไป และจากบทเรียนในปีนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะนำไปแก้ปัญหาในปีต่อ ๆ ไปให้ดีขึ้นได้ โดยตั้งเป้าในปีหน้าการเกิดไฟป่าและพื้นที่ป่าที่เสียหายจะต้องลดลงให้ได้

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ส่วนหน้า สรุปผลการประชุมกลุ่มย่อย ๓ กลุ่ม ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคประชาชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่า ปัญหาที่ยังต้องแก้นั้น จะมีทั้งการแก้ปัญหาการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การบูรณาการการดำเนินงานให้เชื่อมโยงกันทุกระบบ และที่สำคัญ คือ การถ่ายโอนภารกิจควบคุมไฟป่าให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ก่อนหน้านี้มีการถ่ายโอนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต่อจากนี้จะต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามารับหน้าที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนในการดำเนินงาน รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ในการดับไฟป่า โดยมองว่า กลไกของท้องถิ่นมีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ที่จะเข้าใจสถานการณ์และการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้มากที่สุดคือคนในท้องถิ่นเอง นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งอาสาสมัครป้องกันไฟป่าให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเข้าบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัด โดยให้ประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ทั้งเรื่องการตั้งคณะทำงานและการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการสนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟให้ท้องถิ่นที่ยังขาดแคลน

อนึ่ง วันที่ ๒๑ พฤษภาคมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูป่าภายหลังจากเกิดเหตุไฟป่าเป็นพื้นที่กว้างและสร้างความเสียหายให้กับป่าไม้ในหลายพื้นที่ ซึ่งจากนี้ไปกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งรณรงค์ปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ให้กลับมาเขียวขจีดังเดิม เริ่มต้นจากป่าชุมชน โดยจะมีการกำหนดพื้นที่ปลูกป่าในแต่ละครั้งให้ชัดเจน ทำให้สามารถที่จะระบุได้ว่า แต่ละพื้นที่มีต้นไม้กี่ต้น และเป็นสายพันธุ์ใด โดย ณ วันนี้ สามารถปลูกต้นไม้ไปได้แล้วเกือบ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ ต้น

สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม และพยุงศักดิ์ เทพแก้ว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภาพ/ข่าว ขอขอบพระคุณยิ่ง
พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *