คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ แห่งแรกในภาคเหนือ

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคมผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ( Negative Pressure Room for Emergency Department) แห่งแรกในภาคเหนือ ลดการแพร่กระจายของเชื้อ เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้ใช้บริการ

ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ขยายเป็นวงกว้างในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การตอบสนองต่อการเจ็บป่วยของผู้ปวยจำนวนมากได้รับการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด จึงดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อตอบสนองการระบาดอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว

จากสถานการณ์การระบาดของ C0VID-19 อาจทำให้มีผู้ปวยที่ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อดังกล่าวนี้เจ็บปวยฉุกเฉิน อาการหนัก และจำเป็นต้องใช้บริการห้องฉุกเฉิน ซึ่งที่ผ่านมาหากผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อก็จะได้รับการแยกไปรักษา ณ ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งแต่เดิมโรงพยาบาลมหานครนครเชียงใหม่มีห้องลักษณะดังกล่าวเพียงห้องเดียว เมื่อการระบาดขยายวงกว้างก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น อาจมีผู้ปวยฉุกเฉินที่ติดเชื้อเข้าไปปะปนกับผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่น ๆ ดังนั้น เพื่อให้การจัดการพื้นที่ขณะที่มีการระบาดมีความชัดเจนและปลอดภัย จึงเป็นที่มาของโครงการร่วมกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นำองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ได้มาตรฐาน และประสบการณ์จากการทำงาน เป็นองค์ประกอบของการสร้างห้องฉุกเฉินความดันลบขึ้น

จากการบูรณาการร่วมกันของ ๒ คณะ และ ๑ สมาคม ทำให้เกิดห้องดังกล่าวขึ้น โดยการก่อสร้างครั้งนี้ใช้เวลาเพียง ๒๑ วัน ซึ่งนับว่า รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งปกติการสร้างห้องความดันลบส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ ๓-๔ เดือนเป็นอย่างน้อย แต่ครั้งนี้มีการกำหนดให้สร้างในระยะเวลาสั้นที่สุดเพื่อให้ทันต่อการระบาด

ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ (Negative Pressure Room for Emergency Department) เป็นท้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่น ๆ สามารถบำบัดอากาศและฆ่าเชื้อโรคด้วย HEPA Filter + UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ โดยภายในประกอบด้วย ห้องรักษา จำนวน ๔ ห้อง แต่ละห้องมีความดันเป็นลบ ทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลย้อนออกสู่ภายนอก อัรเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้ใช้บริการ

ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบนี้ไม่ได้มีไว้เพียงแค่ป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 เท่นนั้น แต่ยังสามารถป้องกันโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ไข้หวัดใหญ่ และวัณโรค เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ยังคงมีการติดต่ออยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ห้องฉุกเฉินแยกโรคติตเชื้อทางอากาศแรงดันลบแห่งนี้ เมื่อการระบาดสิ้นสุด ก็น่าจะเป็น neพ nomal ของห้องฉุกเฉินในอนาคต เพราะยังคงมีโรคที่อาจจะอุบัติใหม่และโรคติดต่อทางเดินหายใจเดิมที่ยังคงรบกวนสุขภาพ ทำให้ต้องมีสิ่งใหม่เพื่อป้องกันการระบาดเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และญาติก็มีความปลอดภัยอีกด้วย

อนึ่ง ผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีอาการรุนแรงและไม่สามารถให้ประวัติที่ชัดเจนได้ ผู้ให้การรักษาก็จำเป็นต้องตระหนักว่า ผู้ป่วยดังกล่าวอาจมีการติดเชื้อมาก่อน ลักษณะดังกล่าวนี้อาจมี จำนวน ๕-๑๐ รายต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อย พยาบาลต้องคัดกรองการรักษาเบื้องตันและ ช่วยเหลือชีวิตให้อาการคงที่แล้วส่งต่อไปยังหอผู้ป่วยที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งจะมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อ ซึ่งห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบจะเป็นจุดบริการที่ผู้ป่วยใช้บริการไม่นาน ส่วนใหญ่ระยะเวลาเฉลี่ยผู้ป่วยหนักที่ใช้เวลาในห้องนี้จะประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง เพื่อช่วยชีวิต หากไม่มีห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ ผู้ป่วยก็จะได้รับการดูแลปะปนกับผู้ป่วยอื่น อันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการกระจายโรค ซึ่งแพทย์ที่ทำงานในจุดนี้ก็จำเป็นต้องใช้ห้องนี้เช่นกัน เนื่องจากในอนาคตหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอีกครั้ง ผู้รักษาจะไม่สามารถทราบได้ว่า อาจมีผู้ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ Covid-19 เกิดอุบัติเหตุแล้วมาห้องฉุกเฉินก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ จึงมีประโยชน์ต่อแพทย์หลากหลายสาขาอย่างมาก

การสร้างห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นี้ ใช้งบประมาณกว่า ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยใช้เงินจากการบริจาคจากผู้มีจิตอันเป็นกุศล ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก และมีการบริจาคเพิ่มเติมจากสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกด้วย การระดมทุนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงินสมทบทุนผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกในโครงการ “เพื่อผู้ป่วยไวรัส COVID-19” มูลนิธิโรงrยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๕๓ ๙๓๘๔๐๐, สแกนคิวอาร์โคทบริจาคผ่าน mobile application, บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี ๔๖๘-๐๖๙๘๙๖-๘, บัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บัญชื่ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๙๖๘-๐๐๒๐๕๓-๕ ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” (ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

โรพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกท่านด้วยดีเสมอมา

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ ภาพ/ข่าว