กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือกองทัพภาคที่ ๓ รายงานค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ เช้าวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือกองทัพภาคที่ ๓ รายงานค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ เช้าวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สภาพอากาศภาคเหนือ ลมตะวันตกในระดับบนพัดพาอากาศเย็นจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า่เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ทำให้มีอุณหภูมิลดลง ๑-๓ องศาเซลเซียสในตอนเช้า

เนื่องจากในช่วงนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง บางพื้นที่มีอากาศนิ่ง มวลอากาศยกตัวได้น้อย ส่งผลให้การสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันมีเพิ่มขึ้น
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ มีค่า PM2.5 ระหว่าง ๓๓-๘๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า PM10 ระหว่าง ๕๔-๑๒๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, และค่า AQI ระหว่าง ๔๑-๑๘๗ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ๒๐ พื้นที่ โดยสูงสุดที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิง, การจุดไฟหาของป่า, การเผาเศษวัชพืช, และการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร

สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน ๑๗ จังหวัด ประจำวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีจำนวน ๑,๒๒๘ จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๖๔๑ จุด และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๔๙๑ จุด

ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการควบคุมไฟป่าและการเผาในพื้นที่โล่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ตาก ม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ และเพชรบูรณ์ ซึ่งพบจุดความร้อนจำนวนมาก ตลอดจนการเพิ่มการลาดตระเวนพื้นที่เฝ้าระวังและดับไฟ และส่งเสริมประโยชน์จากเศษวัสดุเพื่อลดการเผาในพื้นที่ทางการเกษตร รวมทั้งใช้มาตรการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นสู่อากาศและฉีดล้างถนนเพื่อลดค่าฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์เพื่อแก้ปัญหาหมอกควัน ที่สำคัญสร้างการรับรู้ให้ประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงสภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบกับประชาชน

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน