กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติประจำวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๔ ช่วงเช้า

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า (บก.คฟป.ทภ.๓ สน.) รายงานผลการปฏิบัติประจำวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๔ ช่วงเช้า ความว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา คุณภาพอากาศมีค่า PM2.5 อยู่ระหว่าง ๓๑-๗๓ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 อยู่ระหว่าง ๔๔-๑๐๐ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ระหว่าง ๕๐-๑๕๗ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ตาก ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี

พลตรีถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ ๓ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรทุกจังหวัดตรวจสอบจุดความร้อนและค่าฝุ่นละออ ในส่วนของพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากขณะนี้ จุดความร้อนและค่าฝุ่นละอองเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

พ.อ.พงษ์ยุทธ งามเกษม รองหัวหน้าส่วนปฏิบัติการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า กล่าวถึงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.จว.ชม.) ว่า สภาพจุดความร้อนจากดาวเทียม VIIRS ใน ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนบน มี ๔๗ จุด เมื่อเทียบกับเมื่อวานเพิ่มขึ้น ๕ จุด แต่ค่าฝุ่นละออง PM2.5 มีจำนวนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่เนื่องจากมีสาเหตุขั้นต้นมาจาก มวลอากาศเย็นจากจีนตอนใต้ทำให้อุณภูมิลดลง ทำให้ความสามารถการยกตัวของอากาศมีน้อยมาก ความกดอากาศสูง และมีการสะสมของฝุ่นควัน จากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในห้วง ๒-๓ วันที่ผ่านมาประกอบกับการระบายอากาศมีน้อยจึงทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น จากการพยากรณ์คาดว่า ช่วงบ่ายระบบการระบายอากาศจะเริ่มดีขึ้น จะทำให้ฝุ่นละอองระบายออกไปได้ดี ลดความเข้มข้นลงได้ ส่วนวันพรุ่งนี้สภาพอากาศจะคล้าย ๆ กัน แต่ในวันที่ ๑๗ มกราคมนี้ สภาพอากาศจะกดตัวลงมาอีก

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัดลำปางรายงานผลการเกิดจุดความร้อนจากดาวเทียม ระบบ VIIRS บันทึกข้อมูลเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคมที่ผ่านมา พบว่า จังหวัดลำปางมีจุดความร้อน จำนวน ๒๕ จุด ในพื้นที่ ๘ อำเภอ ได้แก่ อำเภอแจ้ห่ม ๖ จุด, อำเภอวังเหนือ ๔ จุด, อำเภอเถิน ๓ จุด, อำเภอแม่พริก ๓ จุด, อำเภองาว ๓ จุด, อำเภอเมือง ๓ จุด, อำเภอเกาะคา ๒ จุด และอำเภอเมืองปาน ๑ จุด โดยเป็นเขตป่าสงวน ๑๙ จุด, ป่าอนุรักษ์ ๔ จุด, เขตสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๑ จุด, และพื้นที่การเกษตร ๑ จุด ปัจจุบันหน่วยในพื้นที่ร่วมกันออกตรวจสอบพื้นที่เกิดจุด Hotspot เรียบร้อยแล้ว

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัดเชียงรายรายงานสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ห้วงวันที่ ๑-๑๕ มกราคมที่ผ่านมา พบ จุด Hot Spot (VIIRS) สะสมเดือนมกราคมนี้ จำนวน ๑๓๙ จุด เป็นป่าอนุรักษ์ ๗ จุด, ป่าสงวน ๓๘ จุด, เขตสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๒๓ จุด, พื้นที่เกษตร ๖๐ จุด, และเขตชุมชน ๑๑ จุด

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๑ (พิษณุโลก) ตรวจสอบจุด hotspots ในพื้นที่รับผิดชอบจำนวน ๒ จุด ร่วมกับศูนย์ฯ ที่ ๑๐ พบพื้นที่ถูกไฟไหม้จุดที่ ๑ จำนวน ๓๐ ไร่, และจุดที่ ๒ จำนวน ๒๐ ไร่ ชนิดป่าเป็นป่าเต็งรัง พบไฟดับแล้ว

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง เศษวัชพืช และขยะ ในห้วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนนี้ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว ตลอดจนเฝ้าระวังการเกิดปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *