กองทัพภาคที่ ๓ โดยกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้าจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแนวการแก้ปัญหาพื้นที่รอยต่อไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี ๒๕๖๔

กองทัพภาคที่ ๓ โดยกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ (บก.คฟป.ทภ.๓ สน.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแนวการแก้ปัญหาพื้นที่รอยต่อไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี ๒๕๖๔

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคมที่ผ่านมา ณ กองพลทหารราบที่ ๗ พลตรีถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ ๓ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวการแก้ปัญหาพื้นที่รอยต่อไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ของหน่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์, และกองกำลังชายแดน ในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดปัญหาระหว่างหน่วยงานในการเข้าแก้ปัญหาพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดหลายจุด

พลตรีถนัดพล โกศัยเสวี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อมูลนำเรียนนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล อีกทั้งเป็นการเตรียมการประชุมบูรณาการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ และการจัดกิจกรรม ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ป้องกันไฟป่า (kick off) ประจำปี ๒๕๖๔ ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๑ มกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจำเป็นต้องได้แผนแต่ละจังหวัด และปัญหาที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างจังหวัด เนื่องจากปีที่แล้วเมื่อเกิดไฟป่าในพื้นที่รอยต่อ การเดินทางเข้าพื้นที่มีความยากลำบาก ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือระหว่างจังหวัดในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อจัดทำแผนร่วมกัน โดยยึดถือกลุ่มจังหวัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้า จะเป็นผู้ประสานงานให้ พร้อมเป็นลูกมือให้หน่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติในการปฏิบัติทุกส่วน ซึ่งกองทัพบกมีเพียงชุดรณรงค์ปลุกจิตสำนึกอย่างเดียว ทั้งนี้ ยังคงอาศัยกำลังทหารจากกองกำลังผาเมือง กองกำลังนเรศวร และฝ่ายทหารพราน ที่มีงบประมาณให้กำลังพลอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ พลโทอภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ ๓ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก และพื้นที่รอยต่อ เพื่อให้อำเภอ ตำบล และระดับชุมชน สามารถควบคุมและกำกับดูแลปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนพื้นที่รอยต่อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในปี ๒๕๖๔ ของพื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ นั้น จากการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวการแก้ปัญหาพื้นที่รอยต่อไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองครั้งนี้ แบ่งเป็นพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ๙ จังหวัด มีพื้นที่รอยต่อ จำนวน ๑๓ พื้นที่ เช่น รอยต่อพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่–ตาก, รอยต่อพื้นที่จังหวัดลำปาง–ตาก อุทยานแห่งชาติแม่วะ, รอยต่อพื้นที่จังหวัดลำปาง–ลำพูน อุทยานแห่งชาติแม่ปิง, รอยต่อพื้นที่จังหวัดตาก–เชียงใหม่, และรอยต่อพื้นที่จังหวัดลำปาง–แพร่ เป็นต้น สำหรับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ๘ จังหวัด มีพื้นที่รอยต่อ จำนวน ๕ พื้นที่ ได้แก่ รอยต่อพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี–นครสวรรค์ ระหว่างอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์, รอยต่อพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร–นครสวรรค์, และรอยต่อพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์–พิษณุโลก ทั้งนี้ พื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือมีพื้นที่รอยต่อจำนวนทั้งสิ้น ๑๘ พื้นที่

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *