กองกำลังผาเมืองเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าประเทศตามช่องทางและท่าข้ามธรรมชาติ

เชียงราย – หลังจากที่มีการประกาศผ่อนคลายมาตรการระยะที่ ๕ ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 (ศบค.) แรงงานบางส่วนพยายามลักลอบเข้ามาในเขตไทยตามช่องทางและท่าข้ามธรรมชาติโดยไม่ผ่านกระบวนการกักตัว (State Quarantine) ตามขั้นตอนของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความหวั่นวิตกของคนภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานที่พยายามลักลอบเข้ามาทางชายแดน อำเภอแม่สาย เนื่องจากผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอแม่สายต้องการแรงงานในการดำเนินกิจการของตน เช่น แรงงานก่อสร้าง, แรงงานเกษตร และลูกจ้างสถานประกอบการต่าง ๆ เป็นต้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดด่านพรมแดนถาวรในพื้นที่ จึงทำให้มีการพยายามลักลอบเข้ามาตามช่องทางและท่าข้ามธรรมชาติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ที่ผ่านมากองกำลังผาเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการสกัดกั้นแรงงานที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามมาตรการ ๕ ด้าน โดยประสานความร่วมมือไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ TBC ในการสกัดกั้น, การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน ๒๕ ชุดปฏิบัติการ ในการเพิ่มความถี่การลาดตระเวนเฝ้าตรวจ, การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามช่องทางและท่าข้ามที่ล่อแหลม, การติดตั้งไฟส่องสว่างแบบโซล่าเซลล์พร้อมกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จำนวน ๑๗ จุด, และการทำเครื่องกีดขวางโดยติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเติม จำนวน ๘ จุด การปรับปรุงลวดหนามที่มีอยู่เดิม จำนวน ๑๔ จุด ให้มีความแข็งแรง ทนทานโดยเฉพาะในช่องทางและท่าข้ามที่ล่อแหลม การปิดล้อมตรวจค้นแหล่งหลบซ่อนและพักพิงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตามแหล่งที่พักพิงชั่วคราวบริเวณพื้นที่หมู่บ้านแนวชายแดนพร้อมทั้งจัดชุดปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือน จำนวน ๕ ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่สร้างการรับรู้ให้กับผู้นำชุมชนและประชาชนในหมู่บ้านแนวชายแดน ในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทั้งการแจ้งเบาะแสและการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ กองกำลังผาเมืองจะยังคงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการสกัดกั้นแรงงานที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเพื่อให้การแก้ปัญหาตามแนวชายแดนเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน