กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ จัดเสวนาชี้แจงและประชาสัมพันธ์กิจกรรมยกระดับหัตถกรรมเครื่องเขินสู่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายนที่ผ่านมา ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส นางพรสวรรค์ หมายยอด ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมอุตสาหกรรมชุมชน พร้อมด้วย ดร. วิถี พานิชพันธ์ กรรมการอำนวยการ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นายรัฐ เปลี่ยนสุข นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้ก่อตั้ง Sumphat Gallery ร่วมกันเสวนาชี้แจงและประชาสัมพันธ์กิจกรรมยกระดับหัตถกรรมเครื่องเขินสู่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ ภายใต้โครงการยกระดับหัตถกรรมท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะจัดงานหัตถกรรมเครื่องเขินสู่อุตสาหกรรม LifeStyle กิจกรรมทดสอบตลาดเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์การค้า เมญ่าไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ และกิจกรรมสร้างการรับรู้และแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมเครื่องเขินล้านนา ระหว่างวันที่ ๖-๘ กันยายนนี้ ณ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีซุ้มสินค้าและนิทรรศการของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ

โครงการยกระดับหัตถกรรมท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์จัดให้มีขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการงานหัตถกรรม (Craftsmanship)และผู้สนใจ ให้สามารถยกระดับฝีมือทักษะสูงต่อยอดและก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ในอุตสาหกรรมเครื่องเขินไลฟ์สไตล์ในอนาคต และเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มของภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการอนุรักษ์ และออกแบบพัฒนาผลิภัณฑ์หัตถกรรมเครื่องเขินที่สามรถตอบสนองการใช้งานรูปแบบใหม่

นางพรสวรรค์ ​หมายยอด กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน ๑ เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่นิยม มีเอกลักษณ์โดดเด่น สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จำนวน ๘๐,๘๗๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีนักท่องเที่ยว จำนวน ๑๑,๒๐๘,๑๒๕ คน จังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน ๑ จึงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศ อีกทั้งหัตถกรรมเครื่องเขินของภาคเหนือเป็นงานที่มีอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมานาน ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้ดำรงไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปได้

นางพรสวรรค์ ​หมายยอด กล่าวต่อไปว่า ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมและหัตถกรรมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน จึงมีแนวคิดในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปหัตถกรรมเครื่องเขินให้ผู้ประกอบการที่ผลิตเครื่องเขิน ผู้สนใจ นักศึกษา และนักเรียนในจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ เกิดแรงกระตุ้นที่จะรักษาภูมิปัญญา มีแนวคิดในการประยุกต์ใช้ ต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเขินให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองไม่เห็นหรือที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (Unmet Needs) ผ่านการคิดค้นการใช้งานรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยผลิตมาก่อน (New Usage) หรือสร้างคุณค่าใหม่ (New Value) ในสายตาของกลุ่มลูกค้าในตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพ (Potential Market)

ดร. วิถี พานิชพันธ์ กล่าวว่า กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องเขินนี้ จะมีการจัดหาวิทยากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเก็บและรักษาคุณภาพยางรัก วิธีกรีดยางรัก วิธีทำผลิตภัณฑ์เครื่องเขินในรูปแบบการอนุรักษ์ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิธีทำเครื่องเขินตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ๑ ซึ่งเป็นกิจกรรมพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบในการผลิตหัตกรรมเครื่องเขิน (ต้นน้ำ) ให้กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย ๑๐๐ คน แล้วคัดเลือกให้เหลือ ๑๕ คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกด้านการออกแบบและพัฒนาหัตถกรรมเครื่องเขินสู่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ (กลางน้ำ) เป็นเวลาอย่างน้อย ๕ วัน และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นต้นแบบ อย่างน้อยคนละ ๒ ชิ้นงาน

 

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑ โทร. ๐๕๓ ๒๔๕ ๓๖๑ และ บจก. เทลเดม จำกัด โทร. ๐๕๓๒๑๓๘๘๕

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ ภาพ/ข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *