กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานกิจการโทรทัศน์ (กตป.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ Must Carry

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ ดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรทัศน์ (กตป.) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่ กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ตามบริบทกิจการโทรทัศน์ของประเทศไทย (Must Carry) จัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.ประวิทย์ ชุมชู หัวหน้าโครงการติดตามและประเมินผลฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน ผู้ร่วมประชุมรับฟังและแสดงความคิดเห็นประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบกิจการด้านโทรทัศน์ เครือข่ายผู้ชมโทรทัศน์ นักวิชาการ และสื่อมวลชนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนเขตภาคเหนือ หลังจากที่จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธาณะมาแล้วในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ กล่าวว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกประกาศใช้หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ กฎ Must Carry เพื่อต้องการบรรจุช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลไว้ให้ประชาชนเข้าดูได้อย่างเสรี ซึ่งเป็นบริการที่ใช้ทรัพยากรของชาติได้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และทั่วถึง แต่บางสถานการณ์เกิดกรณีพิพาทเป็นประเด็นปัญหาขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ชมโทรทัศน์ จำเป็นที่จะต้องศึกษารวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริง วิเคราะห์ สรุปผล และเสนอแนะแนวการพัฒนาให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของกิจการโทรทัศน์ในประเทศไทย

ดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลที่ได้จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะรวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และสรุปการศึกษา ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเลขาธิการ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานใน พ.ศ. ๒๕๖๓ หลังจากนั้น คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) จะนำรายงานเสนอต่อรัฐสภา เพื่อนำไปพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์และบริบทของสื่อต่อไป

นอกจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว ยังมีกำหนดการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่จังหวัดระยอง ในวันที่ ๙ เมษายนนี้ เพื่อเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียในกิจการโทรทัศน์แสดงความคิดเห็นต่อไป

พิพัฒน์ ศรีตะวัน สำนักข่าวเชียงใหม่ออนไลน์นิวส์ รายงาน